|
สหภาพแรงงานไทยเรยอนได้ทำการจัดตั้ง
กองทุนนัดหยุดงาน
ขึ้น
ด้วยการเก็บเงินจากสมาชิกเป็นรายเดือนโดยมีวัตถุประสงค์สำคัญคือต้องการให้มีการเงินจำนวนหนึ่งสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในระหว่างการนัดหยุดงานของสหภาพแรงงานฯ
ไม่ว่าจะเป็นอาหาร,ค่าเช่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในระหว่างการนัดหยุด
ค่าเดินทางเพื่อการร้องทุกข์และอื่น ๆ และที่สำคัญคือหากสหภาพแรงงานฯ มีเงินกองทุนนัดหยุดงานมากพอ
สหภาพแรงงานฯ จะจ่ายเงินค่าจ้างในระหว่างการนัดหยุดงานให้แก่สมาชิกแทนนายจ้าง
ด้วย ทั้งนี้หากเริ่มจากการจ่ายเพียง
30% 50% จนถึงที่สามารถจ่ายได้ครบ 100%
ดังนั้นนโยบายของสหภาพแรงงานฯ ในเรื่องการเก็บเงินกองทุนนัดหยุดงานจากสมาชิกก็คือจะมีการเก็บเงินกองทุนนัดหยุดงานจากสมาชิกตลอดไปโดยไม่มีการหยุด ถึงแม้ว่ามีเงินมากเป็นจำนวนหลายล้านหรือหลายสิบล้านก็ตาม
อย่างไรก็ตาม สหภาพแรงงานฯ
จะจ่ายคืนเงินกองทุนนัดหยุดงานนั้นให้แก่สมาชิกสหภาพแรงงานฯ
ทุกคนที่พ้นสภาพการเป็นพนักงานของบริษัทในทุกกรณี
ซึ่งจ่ายคืนให้เท่ากับเงินต้นที่สมาชิกจ่ายให้แก่กองทุนนัดหยุดงานมา
โดยไม่จ่ายดอกเบี้ยที่ได้รับจากเงินฝากคืนให้
ทั้งนี้ดอกเบี้ยจะถือว่าเป็นรายได้ของกองทุนนัดหยุดงานซึ่งถือว่าเป็นเงินส่วนรวมของสมาชิกทุกคน ดังนั้น
การที่สมาชิกสหภาพแรงงานฯ จ่ายเงินกองทุนให้แก่สหภาพแรงงานฯ ทุกเดือน
จึงเป็นเสมือนสมาชิกได้เก็บเงินไว้ให้แก่ตนเองเมื่อถึงคราวออกจากงานด้วย
ณ เดือน กรกฎาคม 2551
หากสมาชิกเก่าที่ได้ถูกหักเงินกองทุนนัดหยุดงานมาตั้งแต่เริ่มแรกได้พ้นสภาพการเป็นพนักงานของบริษัท
สมาชิกท่านนั้นจะได้รับเงินกองทุนนัดหยุดงานคืนจากสหภาพแรงงานฯ คนละสองหมื่นแปดร้อยสี่สิบบาทถ้วน
การจัดตั้งกองทุนนัดหยุดงานสหภาพแรงงานฯ ได้มีมติให้มีการเก็บเงินกองทุนนัดหยุดงานจากสมาชิกในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี
พ.ศ. 2528 เมื่อวันที่
27 กุมภาพันธ์ 2529 เริ่มเก็บเงินกองทุนนัดหยุดงานจากสมาชิกคนละ
30 บาทต่อเดือน โดยเริ่มตั้งแต่เดือน
มีนาคม 2529
โดยในระยะแรกที่ได้มีการเก็บเงินกองทุนนัดหยุดงานได้นำเงินที่เก็บได้จากสมาชิกไปฝากไว้กับธนาคาร ภายหลังจากที่สหภาพแรงงานฯ ได้จัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ขึ้นมาแล้วสหภาพแรงงานฯ
ได้โอนเงินกองทุนนัดหยุดงานมาฝากไว้ที่สหกรณ์ออมทรัพย์
ทำให้เกิดประโยชน์ทั้ง 2 องค์กร
กล่าวคือ กองทุนนัดหยุดงานได้รับดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากธนาคารโดยทั่วไปในขณะที่สหกรณ์ออมทรัพย์สามารถนำเงินรับฝากไปหมุนเวียนให้สมาชิกกู้ได้
สหภาพแรงงานฯ ได้เก็บเงินกองทุนนัดหยุดงานเพิ่มจากเดือนละ 30 บาท
เป็น 80 บาท ในเดือนมีนาคม 2530 ทั้งนี้เป็นไปตามมติของที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี
2529 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์
2530
การฝากเงินกองทุนนัดหยุดงาน
สำหรับเงินที่ฝากไว้กับสหกรณ์ออมทรัพย์สหภาพแรงงานไทยเรยอน จำกัด ได้ทำการฝากไว้
2 บัญชี คือ
1. เงินฝากออมทรัพย์
เป็นเงินที่ฝากจากการโอนดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่กองทุนนัดหยุดงานได้รับจากสหกรณ์ทุกเดือนมาฝากไว้ในบัญชีนี้เพื่อเก็บไว้สำหรับการจ่ายคืนเงินกองทุนนัดหยุดงานคืนให้สมาชิกที่พ้นสภาพการเป็นพนักงานของบริษัท โดยปกติจะให้มีเงินฝากคงเหลือไว้ในบัญชีออมทรัพย์ไม่เกิน 30,000บาท หากเดือนใดมียอดเงินฝากเกินกว่า
30,000 บาท สหภาพแรงงานฯ
ก็จะนำดอกเบี้ยเงินฝากจากบัญชีเงินฝากประจำฝากไว้ในบัญชีฝากประจำตามปกติ แต่ถ้าเดือนใดมียอดเงินฝากต่ำกว่า
30,000 บาท สหภาพแรงงานฯ
จึงจะโอนดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่ได้รับในเดือนนั้นมาฝากไว้ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์
การถอนเงินฝาก 2 บัญชีเงินฝากออมทรัพย์สำหรับการจ่ายคืนเงินกองทุนนัดหยุดงานให้แก่สมาชิกที่พ้นสภาพการเป็นพนักงานของบริษัทนี้จะประกอบด้วยคณะกรรมการบริหารสหภาพฯ 3 ใน 5 คน
2. การฝากประจำ
เป็นเงินฝากที่ได้รับจากการหักเงินกองทุนนัดหยุดงานจากสมาชิกในแต่ละเดือนมาฝากไว้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการนัดหยุดงานของสหภาพแรงงานฯ
เงินฝากในบัญชีนี้จะสามารถถอนออกได้เมื่อมีการนัดหยุดงานเท่านั้น
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 เงินกองทุนนัดหยุดงานเงินฝากประจำมีจำนวน
17,718,708.09
บาทถ้วน
ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี พ.ศ.2547 เมื่อวันที่ 25
มกราคม 2548 สหภาพแรงงานฯ ได้แก้ไขข้อบังคับสหภาพแรงงานฯ ข้อที่
11 เกี่ยวกับเงินค่าบำรุงสหภาพแรงงานฯ
เป็น ดังนี้ คือ
ข้อที่
11.
สมาชิกสหภาพแรงงานฯ เสียค่าบำรุงสหภาพแรงงานฯ
เดือนละ 230 บาท โดยวิธีการที่สหภาพแรงงานฯ
กำหนดขึ้นเงินค่าบำรุงดังกล่าวให้คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ
แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
ใช้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการบริหารสหภาพแรงงานฯ
เดือนละ 150 บาท
ส่วนที่เหลือเดือนละ 80 บาท ให้จัดตั้งเป็น
"กองทุนนัดหยุดงานสมาชิกสหภาพแรงงานไทยเรยอน"
การกำหนดระเบียบ "กองทุนสวัสดิการสมาชิกสหภาพแรงงานไทยเรยอน" ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานไทยเรยอนเป็นผู้กำหนดขึ้นจากการแก้ไขข้อบังคับสหภาพแรงงานฯ ข้อที่ 11 ดังกล่าว ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงการจัดตั้ง "กองทุนนัดหยุดงาน"
ไปเป็น "กองทุนสวัสดิการสมาชิกสหภาพแรงงานไทยเรยอน"
แทน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับสถานการณ์ด้านแรงงานในปัจจุบันและเพื่อประโยชน์สูงสุดของสมาชิกอย่างไรก็ตามสมาชิกสหภาพแรงงานฯ จะยังคงได้รับประโยชน์จากกองทุนสวัสดิการสมาชิกสหภาพแรงงานฯ
เช่นเดียวกับกองทุนนัดหยุดงานทุกประการ
การจัดตั้งมูลนิธิสหภาพแรงงานไทยเรยอน
ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2545 เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2546
ซึ่งสหภาพแรงงานฯ มีอายุครบ 25 ปีของการก่อตั้งสหภาพฯ
ในวันที่ 30 ตุลาคม 2546 คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ
ได้จัดทำแผนงานในการจัดงานครบรอบ 25 ปี สหภาพแรงงานฯ ขึ้น
โดยหนึ่งในแผนงานในการจัดงานได้แก่ การจัดตั้ง "มูลนิธิสหภาพแรงงานไทยเรยอน"
ขึ้นมา โดยการขอมติจากที่ประชุมใหญ่เพื่อขอนำดอกเบี้ยกองทุนนัดหยุดงาน 2
ล้านบาท มาเป็นทุนประเดิมในการจดทะเบียนจัดตั้ง "มูลนิธิสหภาพแรงงานไทยเรยอน"
เงินที่ใช้จดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธินั้น
จะต้องฝากธนาคารไว้เป็นเงินฝากประจำไม่สามารถถอนมาใช้ประโยชน์ใด ๆ ได้
นอกจากดอกเบี้ยที่ได้รับจากธนาคารเท่านั้นและเงินต้น 2 ล้านบาท
จะคงอยู่กับมูลนิธิตลอดไป
สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง
"มูลนิธิสหภาพแรงงานไทยเรยอน" มีดังนี้ คือ
1.
เพื่อที่ระลึกเนื่องในวันครบรอง 25 ปี ของการจัดตั้งสหภาพแรงงานไทยเรยอน
2.
ช่วยเหลือสมาชิกฯ กรรมการสหภาพฯ อดีตสมาชิกฯ และอดีตกรรมการสหภาพฯ
ที่มีความเดือดร้อนทุกข์ยาก เจ็บป่วยหนัก และประสบภัยพิบัติต่าง ๆ
3.
เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนการจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสมาชิกสหภาพแรงงานฯ
และคนงานโดยทั่วไป
4.
เป็นศูนย์ข้อมูล เอกสาร หนังสือและให้บริการแก่สาธารณชนเกี่ยวกับแรงงานไทย
5.
ส่งเสริมสนับสนุนและเชิดชูผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อแรงงานไทย
6.
ดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์ หรือร่วมมือกับองค์การการกุศลอื่นๆ
เพื่อสาธารณประโยชน์
7.
ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด ๆ
การขอมติจากที่ประชุมใหญ่ สหภาพแรงงานฯ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2546
เพื่อนำดอกเบี้ยกองทุนนัดหยุดงานมาใช้จ่ายเป็นเงินเดือนและสวัสดิการเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานฯ
เนื่องจากสหภาพแรงงานฯ
มีภาระค่าใช้จ่ายด้านต่าง ๆ สูงกว่ารายรับมากอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 3
ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2543-2545) ทั้ง ๆ ที่คณะกรรมการสหภาพแรงงานฯ
ได้พยายามลดค่าใช้จ่ายด้านต่าง ๆ
ลงมาตลอดและพยายามหารายได้ในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ
เพิ่มขึ้นทั้งจากสหกรณ์ออมทรัพย์สหภาพแรงงานไทยเรยอน จำกัด
โดยในการจ่ายเงินเดือนให้แก่เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานฯ ตำแหน่งแม่บ้าน
สหกรณ์ออมทรัพย์ฯ ได้จ่ายค่าจ้างคนละครึ่งกับสหภาพแรงงานฯ
และเงินบริจาคจากการจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีของสหกรณ์ออมทรัพย์
รายได้จากนายจ้าง เช่น การจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ
การจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี และจากองค์กรด้านแรงงานอื่น ๆ เช่น
ศูนย์อเมริกันเพื่อแรงงานนานาชาติซึ่งให้ความช่วยเหลือด้านการจัดศึกษาแก่กรรมการ
ผู้แทนสมาชิกประจำแผนก และ สมาชิก
แต่ความช่วยเหลือจากนายจ้างและศูนย์อเมริกันเพื่อแรงงานานาชาติก็ยังไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
สำหรับรายจ่ายประจำที่สำคัญของสหภาพแรงงานฯ มีหลายอย่าง เช่น
การจัดพิมพ์วารสารสายสัมพันธ์ (ปีละ 110,400 บาท)
ด้านจัดการศึกษาอบรมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานฯ
ปีละสามแสนเกือบสี่แสนบาท
ดังนั้น
ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2545 เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2546
คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯได้เสนอต่อที่ประชุมเพื่อขอมติให้นำดอกเบี้ยกองทุนนัดหยุดงาน
(กองทุนสวัสดิการสมาชิก สหภาพแรงงานไทยเรยอน)
ไปใช้จ่ายเป็นเงินเดือนและสวัสดิการของเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานฯ
เนื่องจากดอกเบี้ยกองทุนฯ มีมากและเพื่อไม่ให้สหภาพแรงงานฯ
ต้องขอเพิ่มเงินค่าบำรุงจากสมาชิกในอนาคต
ซึ่งที่ประชุมใหญ่ได้มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของที่ประชุมใหญ่ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์
ข้อมูลกองทุนนัดหยุดงาน |