ประวัติสหภาพแรงงานไทยเรยอน

            ในวันที่ 15 กันยายน 2519 เป็นวันแรกที่บริษัทเริ่มผลิตเส้นใยเรยอง สภาพการจ้างงานในบริษัทโดยทั่วไปจะเป็นไปตามค่าจ้างขั้นต่ำในปี พ.ศ. นั้น คือ วันละ 21 บาท ส่วนสวัสดิการ อื่น ๆ ที่บริษัทจัดให้กับพนักงานแทบไม่มีเลย ซ้ำร้ายไปกว่านั้นแม้ในระยะต่อมา บริษัทจะจัดสวัสดิการให้กับพนักงานบ้าง แต่ก็จะจัดให้กับพนักงานฝ่ายบริหาร (สต๊าฟ) ความแตกต่างในด้านความเป็นอยู่ ค่าจ้างและสวัสดิการอื่น ๆ ของพนักงานฝ่ายบริหาร กับพนักงานรายวันต่างกันมาก
  
         ในเวลาต่อมา มีพนักงานกลุ่มหนึ่งพูดคุยกันถึงเรื่องความเป็นอยู่ของพนักงานสองกลุ่ม ที่มีความแตกต่างกันทั้งเรื่องค่าจ้างและสวัสดิการของพนักงาน ในวันที่ 25 เมษายน 2521 ได้มีลูกจ้างกลุ่มหนึ่งจำนวน 13 คน ได้ยื่นขอจดทะเบียนเพื่อขอก่อตั้งสหภาพแรงงานฯ ต่อนายทะเบียนสหภาพแรงงานประจำจังหวัดอ่างทอง คนกลุ่มนั้นมีความคิดว่าสหภาพแรงงานฯ จะเป็นองค์กรของลูกจ้างที่จะคุ้มครองแสวงหาความเป็นธรรมและผลประโยชน์ต่าง ๆ ให้กับมวลสมาชิกและพนัก งานบริษัททุกคน ขอขอบคุณคณะผู้ก่อการชุดแรกที่ก่อตั้งสหภาพแรงงานไทยเรยอน ซึ่งประกอบด้วย
  
                 1. นายศรีโพธิ์ วายุพักตร์
  
                 2. นายประยูร มินภายสงค์
  
                 3. นายสวัสดิ์ เชื้อเมืองพาน
  
                 4. นายจำเนียร ดอกบัว
  
                 5. นายสุพัฒน์ ฉายพระพักตร์
  
                 6. นายบุญเลิศ ศรีชัยรมรัตน์
  
                 7. นายสม คำนิพจน์ ( ลาออกจากงานแล้ว )
  
                 8. นายมานพ อรรถศิริ ( ลาออกจากงานแล้ว )
  
                 9. นายไพฑูรย์ นกยุงทอง ( ลาออกจากงานแล้ว )
  
                 10. นายพิรัช พันธ์กล้า ( ลาออกจากงานแล้ว )
  
                 11. นายวิรัตน์ ศรีสวัสดิ์ ( ลาออกจากงานแล้ว )
  
                 12. นายบุญส่ง เมืองมีศรี
  
                 13. นายเสน่ห์ เสมอใจ
  
         คณะผู้ก่อตั้งสหภาพแรงงานฯ ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2522 และในการประชุมครั้งนั้น ได้จัดให้มีการเลือกตั้งกรรมการบริหารชุดแรก ทำหน้าที่บริหารสหภาพแรงงานฯ และตามข้อบังคับของสหภาพแรงงานฯ ในขณะนั้นให้คณะกรรมการสหภาพฯ เลือกประธานฯ และตำแหน่งอื่น ๆ โดยคณะกรรมการด้วยกันเอง ประกอบด้วยรายชื่อและตำแหน่ง ดังต่อไปนี้
  
                 1. นายศรีโพธิ์ วายุพักตร์ ประธานสหภาพแรงงานฯ
  
                 2. นายวีรชัย สำราญศิลป์ รองประธานคนที่ 1.
  
                 3. นายไพฑูรย์ นกยูงทอง รองประธานคนที่ 2.
  
                 4. นายสวัสดิ์ เชื้อเมืองพาน เลขานุการ
  
                 5. นายสุพัฒน์ ฉายพระพักตร์ เหรัญญิก
  
                 6. นายวันชัย สิทธิ ฝ่ายวิจัยและวางแผน
  
                 7. นายเสมอ พงศ์ช้าง ฝ่ายวิจัยและวางแผน
  
                 8. นายศรายุทธ ยะนา ฝ่ายสวัสดิการ
  
                 9. นายสมศักดิ์ สบายวัน ฝ่ายวิชาการ
  
                 10. นายปัญญา นพศรี ฝ่ายกีฬาและบันเทิง
  
                 11. นายพรชัย แช่มพงศ์ ฝ่ายกีฬาและบันเทิง
  
                 12. นายสมศักดิ์ เพ็งสุข ฝ่ายประชาสัมพันธ์
  
                 13. นายนิมิตร มณีเจริญ ฝ่ายทะเบียน
  
             ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2522 กรรมการบริหารสหภาพแรงงานในชุดแรกได้ยื่นข้อเรียกร้องเพื่อขอแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างต่อบริษท ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดช่องว่างในเรื่องค่าจ้างและสวัสดิการต่าง ๆ ระหว่างพนักงานระดับล่างกับพนักงานระดับบริหาร (สต๊าฟ) และให้เป็นไปตามหลักการของสหภาพแรงงานฯ ในเรื่องของการแสวงหาและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของสมาชิกสหภาพแรงงานฯ
  
             วันที่ 21 พฤษภาคม 2522 เป็นวันแรกที่มีการเจรจาข้อเรียกร้องระหว่างคณะกรรมการ สหภาพแรงงานฯ กับฝ่ายนายจ้าง การเจรจาในครั้งนั้นผู้แทนเจรจาอาจจะหวั่นไหวบ้างเพราะเป็นการเจรจาข้อเรียกร้องครั้งแรกของกรรมการฯ แต่ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ประกอบกับการให้การสนับ สนุนจากสมาชิกสหภาพฯ และพนักงานอย่างดียิ่ง ทำให้การเจรจาตกลงกันได้ในวันที่ 23 พฤษภา-คม 2522 โดยก่อนที่จะทำการตกลงกันได้นั้นสหภาพฯ ได้นัดหยุดงานเป็นเวลาประมาณ 5 ชั่วโมง นับเป็นการหยุดงานครั้งแรกของสมาชิกสหภาพแรงงานไทยเรยอน ในการนัดหยุดงานครั้งนั้น สหภาพฯ ได้ชูคำขวัญว่า “ ไม่ได้ 300 บาท ไม่เลิก ”

สาระสำคัญของข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับแรก

            1. เพิ่มค่าครองชีพจากคนละ 110 บาท ต่อเดือนเป็นคนละ 300 บาทต่อเดือน
  
         2. พนักงานสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ คนละ 1,000 ต่อปี
  
         3. กำหนดอัตราการขึ้นค่าจ้างประจำปีให้แก่พนักงานของบริษัท ดังนี้
                        เกรด เอ 11% ของค่าจ้างมูลฐาน
  
                     เกรด บี 10% ของค่าจ้างมูลฐาน
  
                     เกรด ซี 9% ของค่าจ้างมูลฐาน
  
         4. จัดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่พนักงาน ดังนี้
  
                     อายุงาน 1 – 2 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนได้ 6 วัน
  
                     อายุงาน 3 – 5 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนได้ 9 วัน
                        อายุงาน 6 ปีขึ้นไป มีสิทธิหยุดพักผ่อนได้ 12 วัน
  
         5. ฯลฯ
  
         จนถึงปัจจุบัน ( พ.ศ. 2546) สหภาพแรงงานฯ ได้ทำการยื่นข้อเรียกร้องเพื่อขอแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างต่อบริษัทแล้ว 10 ครั้ง โดยทำการยื่นในปีต่าง ๆ ดังนี้

                    พ.ศ.                         อายุของข้อตกลง
  
                 2522                                 1 ปี
  
                 2523                                 3 ปี
  
                 2526                                 1 ปี
  
                 2527                                 2 ปี
  
                 2529                                 3 ปี
  
                 2532                                 3 ปี
  
                 2536                                 3 ปี
  
                 2538                                 3 ปี
  
                 2541                                 3 ปี
  
                 2544                                 3 ปี
  
         นับเนื่องจากข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับแรก (พ.ศ. 2522) ถึงฉบับปัจจุบัน (พ.ศ. 2544) ซึ่งสหภาพฯ ได้ยื่นเพื่อขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างจำนวน 10 ครั้ง ไม่ว่าในหมวดของค่าจ้างและสวัสดิการถูกพัฒนาให้เพิ่มขึ้นตามลำดับซึ่งพอสรุปข้อที่สำคัญได้ดังต่อไปนี้
  
         - ค่าครองชีพจากเดือนละ 300 บาท ต่อคนในปี พ.ศ. 2522 เพิ่มเป็น 4,500 บาท ต่อคนต่อเดือนในปี พ.ศ. 2546
  
         - โบนัส 50 วันต่อปี ในปี พ.ศ. 2522 เพิ่มเป็น 128 วัน ในปี พ.ศ. 2546
  
         - ค่ารักษาพยาบาล 1,000 บาท ต่อคนต่อปี ( พ.ศ. 2522 ) เพิ่มเป็น 30 ครั้งต่อคนต่อปี รวมถึงบุตรและคู่สมรส (คนไข้นอก) เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ 170 บาท และ 700 บาท (โรงพยาบาลที่กำหนด) และการประกันสุขภาพหมู่ (คนไข้ใน) โดยประมาณครั้งละ 45,000 บาทต่อคนต่อโรค
  
         ฯลฯ
  
         ในด้านการพัฒนาองค์กรสหภาพแรงงานฯ กรรมการบริหารทุกชุด ได้ทำการบริหารเพื่อให้สหภาพแรงงานฯ มีความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อให้ประโยชน์สูงสุดตกแก่สมาชิกทุกคน และเป็นการวางรากฐานสร้างความมั่นคงให้องค์กรเพื่อกรรมการชุดต่าง ๆ ในอนาคต พอสรุปได้ดังนี้
  
         1. การจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนาสหภาพแรงงานไทยเรยอน (กองทุนนัดหยุดงาน) ปัจจุบันสหภาพแรงงานมีกองทุนสวัสดิการสหภาพแรงงานไทยเรยอน จำนวน 15,611,86.47 บาท ทั้งนี้ เพื่อเป็นเงินทุนสนับสนุนกรณีเกิดข้อพิพาทแรงงานถึงขั้นนัดหยุดงานหรือนายจ้างปิดงาน เงินกองทุนนี้จะสนับสนุนสมาชิกสหภาพฯ กรณีเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นโดยปัจจุบันจัดเก็บจากสมาชิกสหภาพฯ เดือนละ 80 บาทต่อคน
  
         เงินกองทุนดังกล่าวฝากไว้กับสหกรณ์ออมทรัพย์สหภาพแรงงานไทยเรยอน ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2546 สมาชิกที่เริ่มหักเงินกองทุนตั้งแต่เริ่มแรกจะมีเงินคนละ 16,200 บาท และจะจ่ายคืนให้สมาชิกที่พ้นสภาพการเป็นพนักงานของบริษัทฯ โดยจะจ่ายให้เฉพาะเงินต้น ส่วนดอกเบี้ยสห-ภาพฯ จะเก็บไว้เพื่อเป็นทุนในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของกองทุนฯ ให้กับสมาชิกสหภาพฯในรุ่นต่อ ๆ ไป กรณีมีการเบิกจ่ายเงิน ผู้มีอำนาจลงนามถอนเงิน ได้แก่ ผู้แทนสมาชิกประจำแผนก 5 คน และกรรมการบริหารสหภาพฯ 5 คน การที่สหภาพฯ ให้มีกรรมการร่วมเพื่อถอนเงินกรณีมีการนัดหยุดงานก็เพื่อเป็นการคานอำนาจวิธีการจ่ายเงินกองทุนเพื่อพัฒนาสหภาพแรงงานไทยเรยอน ให้เป็นไปตามกฎระเบียบว่าด้วยกองทุนเพื่อพัฒนาสหภาพแรงงานไทยเรยอน ซึ่งให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2546 เป็นต้นไป
            2. การจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานบริษัทไทยเรยอนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนัก งานบริษัทไทยเรยอนถูกตั้งขึ้นโดยการยื่นข้อเรียกร้องต่อบริษัทเพื่อให้บริษัทจัดตั้งกองทุนนี้ขึ้นมาจากการที่บริษัทเคยใช้ระบบเงินสะสมและจะสมทบให้เมื่อพนักงานพ้นเกษียณหรือออกจากงาน สหภาพฯ มีความเห็นว่าการที่บริษัทจะสมทบให้ตามปีของการทำงานว่ากี่เปอร์เซ็นต์พนักงานอาจจะเสื่ยงเกินไปหากบริษัทประสบภาวะการขาดทุนอาจจะไม่มีเงินจ่ายให้กับพนักงานที่พ้นสภาพการเป็นพนักงาน สหภาพนฯ ได้ยื่นข้อเรียกร้องให้บริษัทโอนเงินสะสมมาเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพของพนักงานทุกคนถูกหัก 5 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างมูลฐานเข้ากองทุนและนายจ้างสมทบให้ 5 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพดังกล่าวถูกบริหารโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการทุนเอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2546 มีกองทุนรวมทั้งส่วนของนายจ้างและลูกจ้างทั้งหมด 201,333,590 บาท
            3. กองทุนช่วยเหลือเพื่อนพนักงานไทยเรยอน
  
         สหภาพแรงงานฯ ได้จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเพื่อนพนักงานไทยเรยอนขึ้นตามมติของที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2526 โดยมีวัตถุประสงค์ให้มีกองทุนสำหรับช่วยเหลือสมาชิกพนักงานที่บิดา มารดา บุตร และคู่สมรสหรือช่วยเหลือครอบครัวของสมาชิกพนักงานที่เสียชีวิต สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงานหรือค่าครองชีพ หลังจากที่สมาชิกซึ่งเป็นพนักงานบริษัทเสียชีวิต ตามระเบียบกองทุนช่วยเหลือแบ่งสมาชิกเป็น 2 ประเภท พนักงาน (ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก สหภาพฯ)
  
         3.1 สมาชิกกองทุน ได้แก่ สมาชิกสหภาพฯ หรือผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกกองทุนช่วยเหลือเพื่อนพนักงานไทยเรยอน
  
         3.2 สมาชิกสมทบ ได้แก่ บิดา มารดา บุตร และคู่สมรสของสมาชิกสหภาพฯ หรือพนักงาน กรณีสมาชิกสมทบ (บิดา มารดา บุตร หรือคู่สมรส) ของสมาชิกสหภาพฯ พนักงานซึ่งเป็นสมาชิกเสียชีวิต สมาชิกสหภาพฯ พนักงานจะถูกหักเงินเข้ากองทุนช่วยเหลือเป็นเงิน 10 บาท สมาชิกสมทบจะถูกหักเงินเข้ากองทุนช่วยเหลือเป็นเงินคนละ 10 บาท ตามจำนวนของสมาชิกของกองทุน ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2546 กรณีสมาชิกสมทบเสียชีวิตจะได้รับเงินกองทุนช่วยเหลือจากกองทุน 28,000 บาท โดยประมาณ  กรณีพนักงานกองทุนเสียชีวิต (สมาชิกสหภาพฯ - พนักงาน) จะได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุนประมาณ 160,000 บาท
  
         กองทุนช่วยเหลือเพื่อนพนักงานได้จ่ายเงินช่วยเหลือตามวัตถุประสงค์ของกองทุนนับตั้งแต่ก่อตั้งกองทุน (ปี พ.ศ. 2526) ถึงปี พ.ศ. 2546 (สิงหาคม) เป็นเงินจำนวนทั้งสิน 25,481,233 บาท
  
         4. ในปี พ.ศ.2526 คณะกรรมการสหภาพแรงงานฯ ได้มีความริเริ่มที่จะจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบการ ทั้งนี้เพื่อระดมหุ้นและเงินฝากจากสมาชิกเพื่อให้สมาชิกสหภาพฯ ที่มีความเดือดร้อนเรื่องเงินกู้ยืมดอกเบี้ยถูกตามระบบของสหกรณ์ในทุก ๆ ชุดของคณะกรรมการ บริหารสหกรณ์ จะมีกรรมการสหภาพฯ เป็นกรรมการสหกรณ์ทุก ๆ ชุดเช่นกัน และขณะนี้สห-กรณ์ออมทรัพย์สหภาพแรงงานไทยเรยอน ก่อตั้งมาครบ 20 ปี เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2546 เปิดให้สมาชิกกู้เงินได้ประเภท ฉุกเฉิน สามัญ และพิเศษ เป็นต้น ขณะนี้สหกรณ์สหภาพแรงงานไทยเรยอนมีเงินหมุนเวียนอยู่ประมาณ 266,564,627.43 บาท
            5. การจัดการแข่งขันกีฬาสีภายใน  บริษัทร่วมกับสหภาพแรงงานฯ จัดให้มีการแข่งขันกีฬาสีภายในทุก ๆ ปี โดยจัดแบ่งสีทีมนักกีฬาออกเป็น 4 สี จัดแข่งขันกีฬาหลาย ๆ ประเภทเช่น ฟุตบอล วอลเลย์บอล เซปักตะกร้อ เป็นต้น ตามข้อเรียกร้องของสหภาพฯ งบจัดการแข่งขันกีฬา สีภายใน ปี พ.ศ. 2546 มีงบอยู่ 140,000 บาท  (รูปการแข่งขันกีฬาสี)
            6. การจัดทัศนาจร (การจัดนำเที่ยวประจำปี)  บริษัทร่วมกับสหภาพแรงงานฯ จัดนำเที่ยวประจำปีให้แก่พนักงาน บุตร และคู่สมรสทุกปี สถานที่เที่ยวในแต่ละปี ฝ่ายบริษัทและฝ่ายสหภาพฯ จะกำหนดร่วมกัน ในแต่ละปีพนักงานสามารถทัศนาจรฟรีทั้งหมดไม่ว่าค่ารถ ค่าเข้าชม ค่าอาหาร และอื่น ๆ การจัดทัศนาจรประจำปีดังกล่าวเป็นสวัสดิการอย่างหนึ่ง ที่สหภาพฯ ยื่นข้อเรียกร้องต่อบริษัทฯ เพื่อให้พนักงานคลายเครียดหลังจากทำงานมาเหน็ดเหนื่อย วงเงินงบประมาณจัดการทัศนาจรในปี พ.ศ. 2546 เป็นจำนวนเงิน 240,000 บาท
            7. การจัดงานปีใหม่  ก่อนสิ้นเดือนธันวาคมของทุก ๆ ปี สหภาพแรงงานฯ ร่วมกับบริษัทจัดให้มีงานส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ขึ้นทุกปี โดยพนักงานจะได้รับคูปองอาหารฟรีจับฉลากของขวัญ งบประมาณในการจัดงานปีใหม่ เป็นสวัสดิการที่บริษัทจัดให้กับพนักงาน โดยการยื่นข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานฯ งบประมาณในการจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในปี พ.ศ. 2546 เป็นจำนวน 250,000 บาท
            8. ผู้แทนสมาชิกประจำแผนก  ผู้แทนสมาชิกประจำแผนก คือ ตัวแทนสหภาพแรงงานฯ ในแผนกต่าง ๆ ตามระเบียบสหภาพแรงงานไทยเรยอน ว่าด้วยผู้แทนแผนก พ.ศ. 2528 กำหนดให้สมาชิกแผนกต่าง ๆ จำนวน 30 คน สามารถมีผู้แทนสมาชิกได้ 1 คน เศษของ 30 คนถ้าเกิน 15 คน สามารถมีผู้แทนสมาชิกประจำแผนกได้อีก 1 คน วาระการดำรงตำแหน่งมีระยะเวลา 2 ปี เท่ากับวาระของกรรมการสหภาพฯ ผู้แทนสมาชิกฯ ได้มาโดยการเลือกตั้งหรือคัดเลือกผู้แทนสมาชิกจากแผนกนั้น ผู้แทนสมาชิกฯ จะทำหน้าที่รับข่าวและส่งข่าวระหว่างสมาชิกกับสหภาพฯ และระหว่างสหภาพกับสมาชิกปัจจุบันมีผู้แทนสมาชิกประจำแผนก 28 คน
            9. ค่าบำรุงสหภาพแรงงานฯ  สมาชิกสหภาพแรงงานฯ เสียค่าบำรุงสหภาพแรงงานเดือนละ 120 บาท ในแต่ละเดือนสหภาพแรงงานฯ จัดเก็บค่าบำรุงได้เดือนละแปดหมื่นกว่าบาทโดยประมาณ ค่าบำรุงสหภาพแรงงานฯ จะใช้ในการดำเนินการบริหารงานสหภาพฯ และจัดจ้างเจ้าหน้าที่
            10. การจัดจ้างเจ้าหน้าที่  สหภาพแรงงานฯ จัดจ้างเจ้าหน้าที่ประจำ จำนวน 3 คน ทำงานเต็มเวลา การจัดจ้างเจ้าหน้าที่เป็นนโยบายที่สำคัญของสหภาพแรงงานฯ เพราะการบริหารงานสหภาพฯ ที่จะให้ประสบผลสำเร็จได้ จะต้องมีเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลืองานด้านเอกสาร งบดุลและอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการสหภาพแรงงานฯ มอบหมาย นอกจากงานประจำของสหภาพแรงงานฯ แล้ว สหภาพแรงงานไทยเรยอนฯ ยังจัดทำเอกสารและวารสารขององค์กรภายนอกเผยแพร่ด้วย เช่น วารสารอุตสาหกรรมสิ่งทอฯ เป็นต้น
  
         การจ้างและการจัดสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่ สหภาพแรงงานฯ คำนึงถึงการจ้างงานที่เป็นธรรม โดยการจ่ายค่าจ้างในอัตราที่เหมาะสมตามวุฒิการศึกษาของแต่ละคน และใช้บัญชีเงินเดือนของเจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์ ซึ่งเป็นบัญชีที่จัดทำโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์คือ บัญชี 7(1) ทั้งนี้สหภาพฯ จ่ายเงินเดือนให้เจ้าหน้าที่ 3 คน เป็นจำนวนเงิน 23,980 บาท โดยประมาณและจัด สวัสดิการด้านอื่น ๆ ดังนี้
  
                 - ค่ารักษาพยาบาลปีละ 5,000 บาท
  
                 - ค่าเครื่องแบบปีละ 4,000 บาท
  
                 - ค่าครองชีพเดือนละ 300 บาท
  
                 - หักเงินสะสมจากเงินเดือนเจ้าหน้าที่ ร้อยละ 7.5 สหภาพจ่ายสมทบร้อยละ 7.5 ของเงิน เดือน รวมเป็นเงินร้อยละ 15 ต่อเดือน
  
                 - จ่ายเงินเข้ากองทุนช่วยเหลือเพื่อนพนักงานไทยเรยอน แทนเจ้าหน้าที่สหภาพฯ ทั้งนี้ หากเจ้าหน้าที่เสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุน 166,000 บาท โดยประมาณ
  
                 - สิทธิการเข้าร่วมนำเที่ยว และงานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ เช่นเดียวกับพนักงานบริษัทฯ
  
                 - มีสวัสดิการกู้เงินไม่เสียดอกเบี้ยตั้งแต่ 10,000 - 25,000 บาท ตามความจำเป็นแล้วแต่กรณี
  
                 - จัดตั้งเงินสำรองการจ่ายเงินชดเชย โดยจ่ายเงินเข้าบัญชีเงินฝากเงินสำรองการจ่ายเงินชดเชยร้อยละ 10 ของค่าจ้างเจ้าหน้าที่สหภาพฯการจัดการศึกษาอบรม
การจัดการศึกษาอบรม ถือเป็นนโยบายที่สำคัญของสหภาพแรงงานฯ ทั้งนี้เพื่อเป็นการพัฒนาและเพิ่มพูนความรู้ให้กับกรรมการสหภาพฯ และสมาชิกสหภาพแรงงานให้มีความรู้ในด้านแรงงาน เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ในแต่ละปีสหภาพแรงงานฯ ได้จัดการศึกษาอบรมให้กับสมาชิกปีละหลาย ๆ ครั้ง โดยจัดการศึกษาอบรมทั้งภายในและภายนอก และมีการสัมมนาร่วมระหว่างผู้แทนสมาชิกประจำแผนกกับคณะกรรมการบริหารสหภาพฯ ทุกปี ๆ ละสองวันทำงานโดยผู้เข้าร่วมสัมมนาไม่เสียสิทธิในการลาใด ๆ เพราะเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่สห- ภาพฯ ทำไว้กับบริษัท นอกจากนั้นกรรมการสหภาพแรงงานฯ ทุกคนจะถูกส่งไปเข้าร่วมอบรมสัมมนากับองค์กรภายนอกที่เชิญมาปีละหลาย ๆ ครั้ง โดยเฉพาะประธานสหภาพแรงงานฯ จะทำหน้าที่วิทยากรบรรยายให้กับหน่วยงานของรัฐและองค์กรของเอกชนเป็นประจำทุกเดือน ๆ ละ หลาย ๆ ครั้ง

บทบาทของสหภาพแรงงานในขบวนการแรงงานไทย
  
         นอกจากการดำเนินกิจกรรมสหภาพแรงงานฯ เพื่อการแสวงหาและคุ้มครองผลประโยชน์แก่สมาชิกแล้ว สหภาพแรงงานไทยเรยอน ได้เข้าไปมีบทบาทในขบวนการแรงงานทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่ก่อตั้งสหภาพแรงานขึ้นมา นอกจากนั้นสหภาพแรงงานไทยเรยอน ได้ให้คำปรึกษาแก่กลุ่มคนงานทั่วไปที่คิดจะจัดตั้งสหภาพแรงงานฯ ขึ้นมา เพราะการส่งเสริมให้คนงานมีสหภาพแรงงานในสถานประกอบการของตัวเองมาก ๆ จะส่งผลให้ขบวนการแรงงานเข็มแข็งด้วย สหภาพแรงงานไทยเรยอนได้ให้ความช่วยเหลือสมาชิกสหภาพแรงงานฯ ที่อื่น ๆ ที่ถูกนายจ้างปิดงานโดยการ บริจาคการช่วยเหลือเป็นเงินครั้งละหนึ่งพันบาท การนำตัวแทนสมาชิกที่ถูกนายจ้างปิดงานมาขอรับเงินบริจาคจากสมาชิกสหภาพฯ ปีละ 5 – 6 ครั้งต่อปี
  
         ในส่วนของการสร้างเอกภาพสร้างความเข้มแข็งให้กับขบวนการแรงงานสหภาพแรงงานไทยเรยอนได้มีส่วนร่วมเข้าไปร่วมกับองค์กรแรงงานต่าง ๆ ทุกระดับตั้งแต่กลุ่มสหภาพฯ สหพันธ์แรงงาน สภาแรงงานฯ และกรรมการของสหภาพแรงงานมักได้รับการเลือกตั้งเข้าไปทำงานในตำแหน่งสำคัญ ๆ อย่างต่อเนื่องทุกองค์กรซึ่งได้แก่

1. กลุ่มสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเบอร์ล่า
            เป็นกลุ่มสหภาพแรงงานที่เกิดจากการรวมตัวของสหภาพแรงงานฯ ในเครืออุตสาหกรรม อทิตยาเบอร์ล่าจากประเทศอินเดีย (กลุ่มอุตสาหกรรมที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศอินเดีย) กลุ่มสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเบอร์ล่าถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2523 กรรมการของสหภาพแรงงานไทยเรยอน มีบทบาทในกลุ่มมาตลอดโดยดำรงตำแหน่งกรรมการที่สำคัญ ๆ เช่น นายศรีโพธิ์ วายุพักตร์ นายนิมิตร มณีเจริญ นายกำแหง จิตตมาก เคยดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มฯ และในปัจจุบันมีนายนิมิตร มณีเจริญ ดำรงตำแหน่งรองประธานกลุ่ม นายวิรัต ชูจิตต์ ดำรงตำแหน่งเลขานุการกลุ่ม ปัจจุบันกลุ่มสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเบอร์เบอร์ล่ามีสหภาพฯ สังกัดอยู่ 7 สห-ภาพฯ ได้แก่ สหภาพแรงงานไทยเรยอน สหภาพแรงงานไทยคาร์บอนแบล็ค สหภาพแรงงานอินโดไทย สหภาพแรงงานไทยอคริลิคไฟเบอร์ สหภาพแรงงานเซนจูรี่เท็กไทล์ สหภาพแรงงานไทยเปอร์อ๊อกไซด์ สหภาพแรงงานไทยซัลไฟด์แอลเคมิคอล

2. กลุ่มย่านรังสิตและใกล้เคียง
  
         กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียงตั้งขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2522 – 2523 เป็นการรวมตัวกันของสหภาพแรงงานในจังหวัดปทุมธานีและใกล้เคียง เช่น กรุงเทพมหานคร พระนคร ศรีอยุธยา อ่างทอง สระบุรี และนนทบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในด้านการบริหารงาน การเงิน และการต่อสู้เพื่อขบวนการแรงงานฯ ปัจจุบันกลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียงมีสมาชิกทั้งหมด 20 สหภาพแรงงาน คณะกรรมการสหภาพฯ ได้เข้าไปดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารกลุ่มทุก ๆ ชุด โดยในปี พ.ศ. 2541 นายอมร (กฤษณชัย) สินธุประสิทธิ์ อดีตเลขานุการสหภาพแรงงานฯ ได้รับการเลือกให้เป็นประธานกลุ่มย่าน และนับเป็นประธานคนแรกที่อยู่นอกจังหวัดปทุมธานี ปัจจุบันมีกรรมการสหภาพแรงงาน 3 คน ที่ดำรงตำแหน่งกรรมการกลุ่มย่านโดยมีนายเฉลย ชมบุหรั่น เป็นรองประธานกลุ่มย่านฯ นายเสน่ห์ ชุ่มหฤทัย ดำรงตำแหน่งกรรมการฝ่ายข้อมูล และนางสาวพัชรี แสงประพาฬ ดำรงตำแหน่งฝ่ายข้อมูล

3. สหพันธ์แรงงานอุตสหกรรมสิ่งทอการตัดเย็บเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์หนังแห่งประเทศไทย
  
         สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอฯ (ส.พ.ท.) ได้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2524 โดยสหภาพแรงงานไทยเรยอนเป็นหนึ่งในสิบสามสหภาพแรงงานที่ร่วมก่อตั้งสหพันธ์แรงานอุตสาหกรรมสิ่งทอ และในการเลือกตั้งครั้งแรกประธานสหภาพแรงงานฯ นายศรีโพธิ์ วายุพักตร์ ได้รับเลือกเป็นรองประธาน ส.พ.ท.ในการเลือกตั้งครั้งต่อ ๆ มาได้รับการเลือกตั้งเป็นประธาน ส.พ.ท.สามสมัยติดต่อกัน จากนั้นได้เว้นระยะเป็นเวลาประมาณ 6 ปี ในปี พ.ศ. 2536 ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธาน ส.พ.ท. สมัยที่สี่ ปัจจุบัน ส.พ.ท.มีสมาชิกทั้งหมด 29 สหภาพแรงงานฯ มีกรรมการสหภาพแรงงานไทยเรยอน ดำรงตำแหน่งใน ส.พ.ท. ดังนี้
  
                 - นายศรีโพธิ์ วายุพักตร์ ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ ส.พ.ท.
  
                 - นายสุรสิงห์ บงกชเกิด ดำรงตำแหน่ง ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ส.พ.ท.
  
                 - นางสุภาพ ไพจิตร์จินดา ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเหรัญญิก

4. สภาองค์การลูกจ้างสภาแรงานแห่งประเทศไทย
            สภาองค์การลูกจ้าง สภาแรงงานแห่งประเทศไทย หรือที่เรียกว่า “สภาแรงงาน” เป็นองค์กรแรงงานระดับชาติ สหภาพแรงงานไทยเรยอนสมัครเป็นสมาชิกสภาแรงงานเมื่อเดือนมิถุนายน 2542 โดยมีนายศรีโพธิ์ วายุพักตร์ เป็นผู้แทนสหภาพแรงงานและเคยดำรงตำแหน่งรองประธานสภาแรงงานด้วย ปัจจุบันสหภาพแรงงานไทยเรยอนยังเป็นสมาชิกของสภาแรงงานอยู่

5. กิจกรรมต่างประเทศ
  
         กิจกรรมต่างประเทศ นายศรีโพธิ์ วายุพักตร์ ในฐานะประธานสหพันธ์สิ่งทอฯ และรองประธานสภาแรงงาน ได้เดินทางไปร่วมประชุมสัมมนาในต่างประเทศเป็นประจำทุกปี ๆ ละ 2 – 3 ครั้ง แสดงบทบาทในการประชุมร่วมกับผู้แทนขององค์กรทั้งสองสม่ำเสมอจนเป็นที่รู้จักของผู้แทนจากต่างประเทศเป็นอย่างดี และยังได้รับการเลือกตั้งให้เป็นกรรมการบริหารสหพันธ์แรงงานสิ่งทอฯ ภาคพื้นเอเซียและเปซิฟิก (ทวาโร) รวมสองสมัยโดยดำรงตำแหน่งครั้งแรกใน พ.ศ. 2539 – 2540 และดำรงตำแหน่ง พ.ศ. 2543 – 2544 ในสมัยที่สอง นอกจากนี้ยังมีกรรมการสหภาพฯ ฝ่ายต่าง ๆ ได้เดินทางไปร่วมประชุมกับองค์กรต่างประเทศอีก 3 – 4 ครั้ง ในฐานะตัวแทนของ ส.พ.ท.และสภาแรงงานฯ

6. คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
  
         คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย เป็นองค์กรแรงงานที่จัดตั้งขึ้นจากการรวมตัวขององค์กรแรงงานและองค์กรพัฒนาเอกชนด้านแรงงาน ตั้งขึ้นมาเพื่อทำการรณรงค์เคลื่อนไหวเรียกร้องและติดตามประเด็นปัญหาแรงงานร่วมกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมประเด็นปัญหา ต่าง ๆ ของผู้ใช้แรงงานให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบมีเอกภาพและความเข้มแข็งรวมทั้งมีการแก้ไขปัญหาที่เร่งด่วนที่มีผลกระทบต่อผู้ใช้แรงงานและประชาชนทั่วไป เพื่อทำการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาให้บรรลุเป้าหมายที่ถูกกำหนดไว้ให้มีเอกภาพไปในทิศทางเดี่ยวกันและเป็นการสมัครสมานสามัคคีในหมู่ผู้ใช้แรงงาน ขณะนี้มีสมาชิกอยู่ 28 องค์กรและมีนาย ศรีโพธิ์ วายุพักตร์ เป็นประธานคณะกรรมการ นางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย เป็นรองประธาน

การประชาสัมพันธ์ในสหภาพแรงงานฯ
  
         การประชาสัมพันธ์ถือเป็นหัวใจหลักของการทำงานในการบริหารในสหภาพแรงงาน เพราะหากการประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง อาจนำมาซึ่งความเข้าใจผิดของสมาชิกต่อสหภาพแรงงานได้ รวมถึงอาจเกิดการไม่ให้ความร่วมมือในกิจกรรมของสหภาพแรงงานฯ ปัจจุบันการประชาสัมพันธ์ของสหภาพแรงงานฯ มีรูปแบบดังต่อไปนี้
  
         1. การเขียนป้ายประกาศติดป้ายประกาศสหภาพแรงงานฯ บริษัทได้จัดทำป้ายขนาดใหญ่ให้แก่สหภาพแรงงานฯ สำหรับติดป้ายประกาศของสหภาพฯ บริเวณทางเข้าออกของพนักงานประตูจุดที่ 8 สหภาพฯ จะปิดป้ายประกาศแจ้งสมาชิกทุกครั้งที่มีกิจกรรมต่าง ๆ ของสหภาพฯ
  
         2. การออกแถลงการณ์หรือจดหมายเวียนถึงสมาชิก  ในกรณีที่สหภาพฯ จะชี้แจงรายละเอียดเรื่องต่าง ๆ สหภาพฯ จะจัดทำแถลงการณ์หรือจดหมายเวียนถึงสมาชิกสหภาพฯ ทุกคน ทั้งนี้เพื่อให้สมาชิกได้รับทราบถึงรายละเอียดในกิจกรรม นั้น ๆ และเพื่อให้สมาชิกมีความสะดวกที่นำแถลงการณ์หรือจดหมายเวียนนั้น ๆ ไปอ่านที่บ้านหรือที่ทำงานได้ นับเป็นการเผยแพร่ข่าวสารที่ได้ผลอย่างดียิ่ง
  
         3. การประชาสัมพันธ์ทางเครื่องขยายเสียง  ทุกครั้งที่สหภาพฯ มีกิจกรรมที่ต้องการขอความร่วมมือจากสมาชิก สหภาพฯ จะทำการประชาสัมพันธ์ทางเครื่องขยายเสียงเป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งอาทิตย์เพื่อให้สมาชิกทุกคนได้รับทราบ โดยจะทำการประกาศช่วงระยะเวลาที่สมาชิกเข้าออกโดยเริ่มกะเช้าเวลา 06.30 น.-07.15 น. กะเดย์เวลา 07.30 น. – 08.10 น. กะบ่ายเวลา 14.45 น. – 15.15 น. การประกาศทางเครื่องขยายเสียงเป็นกลยุทธอย่างหนึ่งในการประชาสัมพันธ์ที่จะทำให้สมาชิกสหภาพฯ ให้ความร่วมมืออย่างดียิ่งอีกทางหนึ่ง

การจัดทำวารสารสายสัมพันธ์
  
         วารสารสายสัมพันธ์ของสหภาพแรงงานฯ ถูกจัดทำขึ้นเป็นเวลานานและล่วงเลยกว่า 18 ปีมาแล้ว ในการจัดทำครั้งแรกเป็นการจัดทำในรูปของเอกสาร โดยใช้ชื่อว่า “ข่าวสารสหภาพแรงงานไทยเรยอน” ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นวารสารสายสัมพันธ์จัดพิมพ์ในระบบออฟเซต ปัจจุบันเจ้าหน้าที่สหภาพฯ สามารถจัดทำอาร์ทเวิร์ดด้วยตัวเอง โรงพิมพ์ได้จัดพิมพ์ให้เป็นรูปเล่มเท่านั้น
  
         ในเล่มของวารสารสายสัมพันธ์จะประกอบด้วยบทความกิจกรรมภายนอก ภายใน การ์ตูน ล้อเลียนอย่างสร้างสรรค์และอื่น ๆ อีกมากมายวารสารสายสัมพันธ์ได้รับการยอมรับจากสมาชิก และบุคคลภายนอกว่าเป็นวารสารที่เป็นปากเสียงเพื่อคนงานอย่างแท้จริง วารสารสายสัมพันธ์จะออกเป็นรายเดือนและสหภาพฯ ได้จัดส่งให้หน่วยงานเอกชนและหน่วยงานของรัฐจำนวน 150 ฉบับต่อเดือน

การจัดทำเวปไซด์สหภาพแรงงานไทยเรยอน ( www.trclabourunion.com )
           
สหภาพแรงงานฯ ได้เผยแพร่กิจกรรมและความรู้ต่าง ๆ ให้แก่สมาชิกและสาธารณชนทั่วไป ผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เนต โดยจัดทำเวปไซด์สหภาพแรงงานไทยเรยอนเริ่มเผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2542 เวปไซด์ดังกล่าวประกอบด้วยเรื่องต่าง ๆ ของสหภาพแรงงานฯ ได้แก่

            และมีการเชื่อมโยงเวปไซด์ไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้องเช่น สหกรณ์ออมทรัยพ์สหภาพแรงงานไทยเรยอน บริษัทไทยเรยอน จำกัด (มหาชน) ฯลฯ ในเวปไซด์ของสหภาพแรงงานไทยเรยอน ยังได้จัดทำความเคลื่อนไหวด้านต่าง ๆ ของขบวนการแรงงานไทยและปัญหาข้อพิพาทของสหภาพแรงงานฯ ที่เป็นสมาชิกของสหพันธ์สิ่งทอฯ อีกด้วยการจัดทำเวปไซด์ของสหภาพแรงงานเผยแพร่ในอินเตอร์เนต ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญอีกอย่างหนึ่งของสหภาพแรงงานฯ เพราะจัดทำโดยบุคคลของสหภาพแรงงานและไม่ต้องเสียค่าจัดทำแต่อย่างใด

สวัสดิการสำหรับสมาชิก
  
         การเยี่ยมไข้สมาชิกในกรณีที่สมาชิกป่วยตั้งแต่ 3 วันขึ้นไปกรรมการสหภาพฯ จะเดินทางไปเยี่ยมสมาชิกที่ป่วย ณ บ้านพักหรือโรงพยาบาลพร้อมกับซื้อของเยี่ยมเป็นเงินคนละ 150 บาท สำหรับสมาชิกที่ประสบอุบัติเหตุนอกงาน พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลตั้งแต่ 30 วันขึ้นไป และได้ใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลครบตามสิทธิแล้ว สหภาพฯ จะนำเงินกองทุนช่วยเหลือเพื่อนพนัก งานไทยเรยอนมาช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลให้อีก 2,000 บาท

การเป็นเจ้าภาพสวดศพ
  
         สหภาพฯ จะเป็นเจ้าภาพสวดศพ ในกรณีที่บิดา มารดา บุตร หรือคู่สมรสของสมาชิกเสียชีวิต สหภาพฯ จะซื้อพวงหรีดเคารพศพและเป็นเจ้าภาพสวดศพ 1 จบ พร้อมช่วยเงินทำบุญ 200 บาท กรณีสมาชิกสหภาพฯ เสียชีวิตสหภาพฯ จะช่วยเงินทำบุญแก่ทายาทจำนวน 500 บาท กรณีที่บุคคลดังกล่าวข้างต้นของสมาชิกเสียชีวิตและอยู่ต่างจังหวัดสหภาพฯ ไม่สามารถไปสวดศพได้จะช่วยเงินทำบุญแก่สมาชิกเป็นจำนวนเงิน 500 บาท