|
โซเดียมไฮดรอกไซด์ (sodium
hydroxide) NaOH |
| |
|
|
- ของแข็ง สีขาว
- ไม่มีกลิ่น
- มักใช้ในรูปเกล็ด แท่งหรือปุยฝอย
|
| |
|
|
ใช้ในกระบวนการทำให้เป็นกลาง การกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม อุตสาหกรรมผลิตกระดาษ เซลลูโลส ทอผ้า พลาสติก สีพ่น สีย้อมผ้า การทำความสะอาดโลหะ การทำแม่พิมพ์ การชุบโลหะด้วยไฟฟ้า ผลิตภัณท์ทำความสะอาด เครื่องปรุงอาหาร |
| |
|
 |
- การหายใจผงฝุ่นทำให้ระคายเคืองต่อระบบหายใจและปอด
- การรับประทานเข้าไปทำให้อาเจียน ปวดศีรษะ เป็นแผลไหม้ที่ปากและกระเพาะอาหาร
- สารนี้จะกัดกร่อนผิวหนังอย่างรุนแรงจนเกิดแผลไหม้ผิวหนัง และจะกัดกร่อนชั้นผิวหนังที่ลึกกว่าลงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะล้างเอาสารเคมีออก ซึ่งระดับความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสารเคมี และระยะเวลาที่สัมผัส อาการเจ็บปวดจากการกัดกร่อนของสารเคมีอาจจะเกิดขึ้นภายหลังการสัมผัสเป็นเวลาหลายนาทีถึงเป็นชั่วโมง
- สารนี้มีฤทธิ์กัดกร่อนเลนส์ตาอย่างรุนแรงและอาจมีผลเสียต่อการมองเห็นอย่างถาวรจนถึงขั้นตาบอดได้ โดยระดับความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสารเคมี ระยะเวลาที่สัมผัสและความเร็วในการซึมผ่านของสารเคมีเข้าสู่นัยน์ตา ถ้าสัมผัสศีรษะอาจกัดผิวหนังทำให้หนังศีรษะไหม้ ผมร่วงและศีรษะล้านชั่วคราว
- การสัมผัสกับสารนี้เป็นเวลานานๆจะมีผลทำให้ผิวหนังแห้ง แตก อักเสบ - มีการศึกษาพบว่า การสัมผัสโซเดียมไฮดรอกไซด์ที่เป็นฝุ่น เป็นเวลานานๆในระดับความเข้มข้นของสารเคมีในบรรยากาศการทำงานที่อนุญาตให้มีได้นั้น ไม่เป็นสาเหตุให้คนงานเสียชีวิต ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอเกี่ยวกับผลเรื้อรังอื่นๆ เช่น การก่อมะเร็ง ผลต่อระบบสืบพันธุ์ ผลต่อทารกในครรภ์ และพบว่าสารเคมีนี้ไม่สะสมในร่างกาย
|
 |
- หากสัมผัสสารเคมีทางผิวหนัง ให้รีบล้างออกด้วยสะอาดอุ่นๆในทันที โดยรินน้ำให้ไหลผ่านเอาสารเคมีออกเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาทีโดยในขณะเดียวกันนั้นให้ปลดเอาเสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกายออกจากบริเวณผิวหนังที่สัมผัสกับสารเคมีนั้นไปทำความสะอาดเอาสารเคมีออกก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ และหากยังรู้สึกระคายเคืองหลังจากล้างเอาสารเคมีออกแล้ว ให้พาผู้ป่วยไปพบแพทย์
- เมื่อเข้าตาให้รีบล้างเอาสารเคมีออกโดยเร็วด้วยการรินน้ำสะอาดอุ่นๆผ่านตาเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที และเปิดเปลือกตาบนและล่างเป็นครั้งคราวและต้องระวังไม่ให้น้ำซึ่งใช้ล้างสารเคมีไหลไปสัมผัสกับตาอีกข้างหนึ่ง หากหลังจากที่ทำความสะอาดน้ำแล้วยังรู้สึกระคายเคืองอยู่ ให้ล้างซ้ำอีกครั้งแล้วนำผู้ป่วยไปพบแพทย์
- เมื่อหายใจเข้าไปให้รีบนำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่สัมผัสไปยังที่ซึ่งมีอากาศบริสุทธ์ ถ้าผู้ป่วยหยุดหายใจให้รีบช่วยผายปอดและปั๊มหัวใจและรีบตามแพทย์มารักษาโดยเร็ว
- เมื่อกินเข้าไปอยู่และไม่มีอาการชัก ให้ล้างปากด้วยน้ำสะอาดเพื่อเอาสารเคมีที่หลงเหลืออยู่ออก และให้ดื่มน้ำสะอาดหรือนมเป็นบปริมาณ 2 ถ้วย หรือประมาณ 240
- 300 ซีซี (8 - 10 ออนซ์) เพื่อลดความเป็นด่างของสารเคมีในกระเพาะอาหาร จากนั้นให้รีบพาไปพบแพทย์โดยเร็ว แต่หากผู้ป่วยอาเจียนเอง หลังอาเจียนให้ผู้ป่วยดื่มน้ำ/นม แล้วรีบนำไปพบแพทย์
|