แถลงการณ์สหภาพแรงงานไทยเรยอน
ฉบับที่ 2
เรื่อง “ ขอให้ฝ่ายบริหารยกเลิกการเสนอเงื่อนไขในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงาน
ที่เป็นการริดรอนสิทธิพนักงานและเป็นการแสดงถึงความไร้น้ำใจของฝ่ายบริหาร”
................................................................... |
ตามที่สหภาพแรงงานฯ และบริษัทอยู่ระหว่างไกล่เกลี่ยข้อเรียกร้องฯ ข้อพิพาทแรงงานโดยพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน ปรากฏว่าขณะนี้ฝ่ายบริหารได้ยื่นข้อเสนอที่เป็นการริดรอนสิทธิแก่พนักงานหลายประการโดยข้อเสนอดังกล่าวของฝ่ายบริหารเป็นการแสดงให้เห็นถึงไร้น้ำใจในหลาย ๆ เรื่อง ไม่สมกับที่เป็นผู้บริหารในบริษัทชั้นนำหรือเป็นบริษัทระดับเวิร์คคลาสอย่างที่ฝ่ายบริหารอยากให้เป็น สหภาพฯ ขอยกตัวอย่างข้อเสนอของฝ่ายบริหารที่ยื่นต่อสหภาพฯในเรื่องเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลให้สมาชิกทราบดังนี้ คือ
ค่ารักษาพยาบาลคนไข้นอกสำหรับโรงพยาบาล สหภาพฯ เสนอขอให้บริษัทเพิ่มค่ารักษาพยาบาลสำหรับการเข้ารับการรักษาตัวเป็นคนไข้นอกในโรงพยาบาลจากที่เบิกได้ ครั้งละ 750 บาท เป็นครั้งละ 1,000 บาท ( ล่าสุดเสนอขอเพียง 900 บาท)
บริษัทเสนอว่า “ บริษัทฯ พิจารณาแล้ว เห็นควรให้ปฏิบัติดังนี้
ให้ดูผลการเบิกค่ารักษาพยาบาลของพนักงานปี 2553 (1 กรกฎาคม 2553 – 30 มิถุนายน 2554) เป็นตัวเปรียบเทียบ
- ถ้า การเบิกค่ารักษาพยาบาลของพนักงานปี 2553 ลดลงเหลือร้อยละ 90 จากยอดเต็มของเบี้ยประกันฯ บริษัทฯ จะเพิ่มค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกกับโรงพยาบาลเป็น 800 บาท
- ถ้า การเบิกค่ารักษารักษาพยาบาลของพนักงานปี 2553 ลดลงเหลือร้อยละ 80 จากยอดเต็มของเบี้ยประกันฯ บริษัทฯ จะเพิ่มค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกกับโรงพยาบาลเป็น 850 บาท
- ถ้า การเบิกค่ารักษารักษาพยาบาลของพนักงานปี 2553 ลดลงเหลือร้อยละ 70 จากยอดเต็มของเบี้ยประกันฯ บริษัทฯ จะเพิ่มค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกกับโรงพยาบาลเป็น 900 บาท
- เงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นนี้ให้นำไปปฏิบัติในปีถัดไปด้วย
- แต่ถ้าสถิติการเบิกค่ารักษาพยาบาลของพนักงานเกินร้อยละ 90 จากยอดเต็มของเบี้ยประกันฯ ให้กลับไปใช้ตามเงื่อนไขเดิม (750 บาท)
จากข้อเสนอของฝ่ายบริหารจะเห็นได้ว่า การที่บริษัทจะเพิ่มวงเงินค่ารักษาพยาบาลให้แก่พนักงานเพียง 50 บาท (จากที่เบิกได้ 750 บาท เป็น 800 บาท) พนักงานทั้งโรงงานต้องช่วยกันประหยัดรายจ่ายให้แก่บริษัทถึง 10% ของยอดเงินที่พนักงานเบิกจากบริษัทในเวลา 1 ปี และจะต้องใช้เงื่อนไขนี้ทุกปี ถ้าปีใดพนักงานเบิกค่ารักษาพยาบาลเกินยอดเงินที่บริษัทกำหนดไว้ บริษัทก็จะให้พนักงานไปเบิกค่ารักษาพยาบาลที่ครั้งละ 750 บาทเหมือนเดิม การที่ฝ่ายบริหารเสนอเงื่อนไขดังกล่าวให้พนักงานปฏิบัติแสดงให้เห็นถึงใจดำและความไร้น้ำใจของฝ่ายบริหารได้เป็นอย่างดีว่ามีมากเพียงใด ทั้งนี้ เพราะค่ารักษาพยาบาลที่พนักงานเบิกจากบริษัทอยู่ในเวลานี้ พนักงานใช้มาเป็นเวลา 6 ปีแล้ว แต่เมื่อสหภาพฯ ขอให้บริษัทเพิ่มเงินค่ารักษาพยาบาลให้แก่พนักงาน บริษัทก็ตั้งเงื่อนไขที่พนักงานไม่สามารถทำได้ ถามว่าในความเป็นจริงพนักงานสามารถต่อรองราคารักษาพยาบาลกับหมอหรือโรงพยาบาลได้หรือไม่? ความจริงก็คือ พนักงานไม่สามารถต่อรองได้ เมื่อพนักงานไม่สามารถต่อรองค่ารักษาพยาบาลได้แล้วพนักงานจะช่วยกันลดค่ารักษาพยาบาลให้แก่บริษัทได้อย่างไร?
ปัจจุบันนี้ พนักงานชาวอินเดียที่มาทำงานในไทยเรยอนสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากบริษัทไทยเรยอนจำกัด (มหาชน) ได้โดยไม่จำกัดวงเงิน พวกเขาสามารถเบิกค่ารักาพยาบาลได้ครั้งละหมื่นบาท หรือแสนบาทหรือหลายแสนบาทก็ได้ พวกเราไม่ได้เรียกร้องฯ ให้เราเบิกค่ารักษาพยาบาลได้เท่ากับชาวอินเดีย แต่เราขอเพิ่มค่ารักษาพยาบาลจากที่บริษัทไม่ได้เพิ่มให้มาเป็นเวลา 6 ปีเท่านั้น ฝ่ายบริหารยังตั้งเงื่อนไขที่เราไม่สามารถปฏิบัติได้ซึ่งก็จะทำให้เราไม่สามารถเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นได้ด้วย นี่คือ ตัวอย่างแรกของข้อเสนอของฝ่ายบริหารที่เสนอให้พวกเราพิจารณา ยังมีข้อเสนออีกหลายเรื่องที่กรรมการสหภาพฯ ไม่สามารถรับได้ เพราะเป็นข้อเสนอที่ไร้น้ำใจของฝ่ายบริหาร หรือเป็นเรื่องที่ริดรอนสิทธิของพนักงานหรือ สหภาพแรงงานฯ ที่เคยมีอยู่ นอกจากฝ่ายบริหารไม่ยอมให้ในสิ่งที่พวกเราขอแล้ว ฝ่ายบริหารยังจะเอาสิ่งที่เคยให้แก่พนักงานและสหภาพฯ คืนกลับไปอีกด้วย การเรียกร้องฯ สวัสดิการที่ให้แก่พนักงานและสหภาพฯ คืน ฝ่ายบริหารสามารถทำได้ในสภาวะที่บริษัทประสบปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจหรือประสบกับการขาดทุน แต่ขณะนี้บริษัทของเรามีกำไรอย่างมหาศาล บริษัทยังมาเรียกร้องฯ สิ่งที่เคยให้แก่พวกเราคืนอีกด้วย บริษัททำเช่นนี้ชอบแล้วหรือ เราขอเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารยกเลิกการเสนอเงื่อนไขในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานที่เป็นการริดรอนสิทธิพนักงานและเป็นการแสดงถึงความไร้น้ำใจของฝ่ายบริหารแก่สหภาพฯ โดยทันที ทั้งนี้ เพื่อให้การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานในครั้งนี้ยุติลงโดยเร็วต่อไป
สหภาพแรงงานไทยเรยอน
31 สิงหาคม 2553
|