Header image
 
 
line decor
  HOME  ::  
line decor
 

 
พ.ญ.อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล
สำนักงานอาชีวเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อม
 

โรคพิษอลูมิเนียมจากการทำงาน

โรคพิษอลูมิเนียม

            คือโรคที่เกิดจากการที่ร่างกายได้รับอลูมิเนียมเข้าสู่ร่างกาย ในปริมาณที่มากพอหรือปริมาณเล็กน้อยที่สะสมในร่างกายเป็นเวลานาน แล้วทำให้ร่างกายมีความผิดปกติหรือเกิดภาวะพิษขึ้น โดยได้รับอลูมิเนียมจากการทำงานที่เกี่ยวข้องกับอลูมิเนียม เช่น การทำงานหลอมอลูมิเนียมซึ่งต้องสัมผัสกับฟูมโลหะอลูมิเนียม ทำงานเก็บฝุ่นอลูมิเนียม ทำงานกับอัลลอยที่มีอลูมิเนียมผสม งานต่อเรือ งานอื่นรวม งานอิเลคโทรนิคส์ที่ใช้แผ่นเลเซอร์มิคส์ที่ทำจาก สารที่มีอลูมิเนียมด้วย และงานอื่น ๆ

อลูมิเนียมเข้าสู่ร่างกาย

            ได้ 2 ทางใหญ่ ๆ คือ ทางหายใจฝุ่นหรือฟูมอลูมิเนียมเข้าสู่ปอด และในกรณีที่เป็นฝุ่นละเอียดขนาดที่เข้าถุงลมได้ จะทำให้เกิดพังผืดที่เนื้อปอด ทำให้ปอดไม่สามารถทำหน้าที่แลกเปลี่ยนออกซิเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ปอดเสื่อมสมรรถภาพ ทำให้เป็น โรคติดเชื้อได้ง่ายและทำให้การรักษาโรคปอดจากการติดเชื้อเป็นไปได้อย่างยากขึ้น อลูมิเนียมบางส่วนจะเข้าสู่เลือดจะทำให้เกิดพิษต่อระบบอื่น ๆ ของร่างกายอีกทางหนึ่งนั้น อลูมิเนียมเข้าสู่ร่างกายด้วยทางการปนเปื้อนเข้าไปสู่ทางเดินอาหารโดยอาจติดไปกับมือ หรืออาจได้รับอาหารที่ปนเปื้อนได้ ซึ่งช่องทางนี้เป็นช่องทางที่ผู้ป่วยพิษอลูมิเนียมอาจได้รับอลูมิเนียมปนเปื้อนมายังอาหารได้นอกเหนอจากการติดมากับมือที่ทำงานสัมผัสอลูมิเนียมได้

พิษอลูมิเนียม

          อวัยวะเป็นเป้าหมายของอลูมิเนียมที่ทำให้เกิดพิษ และอาการที่อวัยะดังกล่าวเกิดพิษจะคล้ายคลึงกับอาการผิดปกติของอวัยวะเดียวกันจากเหตุอื่น ๆ ได้ ทั้งนี้ต้องมีการวินิจฉัยแยกโรคโดยแพทย์

อวัยวะที่เป็นเป้าหมายของการเกิดพิษโดยอลูมิเนียม คือต่อไปนี้

               - ระบบผิวหนัง ทำให้ผิวหนังอักเสบ
              - ระบบทางเดินหายใจ ทำให้ทางเดินหายใจเป็นผังผืด
              - ระบบสมองและประสาท ทำให้เป็นโรคสมองอักเสบ ในกรณีรุนแรงทำให้ชักและเสียชีวิตได้
              - ระบบกระดูกและโครงสร้าง ทำให้กระดูกเปราะ ปวดกระดูก
              - ระบบไต ทำให้ไตอักเสบได้ในกรณีที่ได้รับปริมาณมาก ๆ

รคอลูมิโนซิส

               คือ โรคปอดอักเสบจากฝุ่นอลูมิเนียม ชนิดไฟโรพาวเดอร์ นับเป็นโรคปอดชนิดนิวโมโคนิโอซิสชนิดหนึ่ง

การขับถ่ายและกำจัดอลูมิเนียมออกจากร่างกาย

              อลูมิเนียมถูกขับถ่ายออกจากร่างกายโดยไตส่วนใหญ่โดยปกติคนเราจะกำจัดดลูมิเนียมออกระหว่าง 15 – 55 ไมโครกรัมต่อวัน แต่ในผู้ที่มีภาวะไตผิดปกติจะไม่สามารถขับอลูมิเนียมออกได้ปกติ ในผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยการล้างไตอาจพบมีปริมาณอลูมิเนียมสูงในเลือดและในน้ำเหลืองได้

การรักษาและการป้องกันโรคอลูมิเนียม

              ต้องวินิจฉัยได้ว่าการป่วยเป็นมาจากอลูมิเนียมและได้รับอลูมิเนียมมาจากแหล่งในในกรณีที่ได้รับมาจากงาน ผู้ป่วยก็ควรที่จะป้องกันตนมิให้ได้รับอลูมิเนียมจากงาน เช่น การป้องกัน หรือ เว้นจากการสัมผัสในร่างกายที่ไม่สามารถลดการสัมผัสอลูมิเนียมในการทำงานได้ เนื่องจากที่ทำงานยังปรับปรุงให้ไม่มีมลพิษอลูมิเนียมไม่แล้วเสร็จ ก็สมควรพักรักษาตนเอง สำหรับการรักษานั้นขึ้นอยู่กับระยะและความรุนแรงของโรคในกรณีที่ผู้ป่วยสงสัยว่าตนอาจป่วยด้วยพิษอลูมิเนียมต้องแจ้งให้แพทย์ที่ไปขอรับการรักษาว่าทำงานเกี่ยวข้องกับอลูมิเนียม เพื่อแพทย์จะได้สืบค้นปัจจัยก่อโรคนี้ต่อไป และดำเนินการรยงานให้มีการป้องกันการเกิดโรคพิษชนิดนี้ในผู้ทำงานที่เดียวกัน หรือที่เกี่ยวข้อง บางรายต้องได้รับยากำจัดอลูมิเนียมด้วย  เอกสารเผยแพร่ ที่ 105 พิมพ์ที่สำนักงานอาชีวเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อม จำนวน 5000 ชุด

ลักษณะของสารเคมี

                เป็นของเหลวใส ไม่มีสี มีกลิ่นฉุนรุนแรง

การใช้ แหล่งที่ได้รับสารและอาชีพที่เกี่ยวข้อง

                การได้รับฟอร์มัลดีไฮด์ เกิดขึ้น ในการผลิตพลาสติก ที่เป็น formal based ในการผลิตสารฆ่าเชื้อโรคใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ในการแต่งเส้นใย และสารนี้ได้รับการปล่อยมาจากการสันดาปสารอินทรีย์ เช่น ในไอเสียของรถยนต์ ในเตาเผา และในการทำชิพบอร์ด ที่ใช้เรซินซึ่งเป็นกลุ่ม formaldehyde – based

การเกิดพิษ หรือ อันตรายต่อสุขภาพ

                 อันตรายต่อระบบการหายใจ ตา และผิวหนัง โดยเกิดพิษได้ 2 ลักษณะ
                1.  พิษเฉพาะที่ ผู้ป่วยจะมีอาการระคายเคืองผิวหนัง ผิวหนังอาจเกิดแผลได้ แสบตา แสบจมูก แสบคอ กรณีที่ได้รับชนิดที่เข้มข้นมาก จะทำให้ปอดบวมน้ำได้ นับเป็นฤทธิ์ระคายเคือง ในบางกรณี  กระตุ้นให้ผู้ป่วยโรคหอบหืดเกิดอาการป่วยขึ้นได้
                2. พิษต่อระบบของร่างกาย ทำให้เกิดโรคมะเร็งของจมูก แต่ยังมีบางรายงานระบุว่าไม่ยืนยันพิษเรื้อรังที่ทำให้เกิดมะเร็งของจมูกนี้

ขีดจำกัดที่แนะนำ และ ขีดจำกัดทางกฎหมาย
               - NIOSH หรือ สถาบันอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานของสหรัฐอเมริกาแนะนะว่า ไม่ควรมีสารนี้ในบรรยากาศการทำงานเกินกว่า 0.016 พีพีเอ็ม
              - OSHA หรือ องค์กรบริหารความปลอดภัยและอาชีวอนามัย แห่งสหรัฐอเมริกา มีข้อกำหนดทางกฎหมาย อนุญาตให้มีก๊าซนี้ในบรรยากาศการทำงาน ไม่เกิน 0.75 ส่วนในล้านส่วน (พีพีเอ็ม)

การป้องกันและควบคุม

               ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานกับสารเคมีอันตราย ตามกฎหมายและตามหลักวิชาการ