|
ลักษณะ
เป็นก๊าซที่ความดันบรรยากาศและอุณหภูมิปกติ ไม่มีสี
ไม่มีกลิ่น ไม่ระยายเคือง
เกิดจากการสันดาปที่ไม่สมบูรณ์ของสารอินทรีย์ เช่น ถ่านหิน
กระดาษ ไม้ น้ำมัน แก๊สโซลีน ก๊าซแอลพีจี
มีความสามารถในการจับกับฮีโมโกลบินมากกว่าก๊าซออกซิเจน 200
เท่า
แหล่งที่ได้รับสาร
การจราจรที่มียวดยานที่ใช้น้ำมันหรือก๊าซอยู่
ระบบที่ให้ความร้อน เตาเผา การสูบบุหรี่
อาชีพที่มีโอกาสได้รับพิษจากสารนี้มีจำนวนมาก ได้แก่
ผู้ทำงานในอู่รถ นักผจญเพลิง
ผู้ทำงานในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับปิโตรเลียม โลหะ ก๊าซ
และผลิตสารเคมี
การเกิดพิษ หรืออันตรายต่อสุขภาพ
อันตรายต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด
ระบบสมองและประสาทส่วนกลาง ระบบการหายใจ
และอันตรายทางโลหิตวิทยา พบได้ 2 ประเภท
1. พิษแบบเฉียบพลันและรองเฉียบพลัน
เมื่อร่างกายได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไป
ก๊าซนี้จะแย่งกับออกซิเจนในการจับกับสารชื่อ ฮีโมโกลบิน
ทำให้ร่างกายเกิดคาร์บอกซี่ฮีโมโกลบิน หรือ HbCo ขึ้นได้
ถ้ามีปริมาณมากราว 10% ของฮีโมโกลบินทั้งหมด
จะทำให้เกิดภาวะพิษจากก๊าซนี้ได้ ดังตารางต่อไปนี้
ระดับ ของ HbCO
อาการและอาการแสดงที่พบ
10 % หายใจสั้น ๆ เมื่อออกแรงมาก ลดความสามารถของจิตใจ
20 % หายใจสั้น ๆ เมื่อออกแรงปานกลายง ปวดหัวลักษณะตุ๊บ ๆ
30 % ปวดหัว กระวนกระวาย อ่อนเพลีย ตามัว
รบกวนการตัดสินใจมึนงง
40 % เป็นลมเมื่อออกแรงเพียงเล็กน้อย ปวดหัวมาก สับสน
คลื่นไส้ อาเจียน หายใจเต้นเร็ว ฟุบไป
>60 % ชัก หมดสติ ช๊อก การหายใจล้มเหลว เสียชีวิต
ผู้ป่วยพิษคาร์บอนไดออกไซด์
จะเป็นลมชนิดที่ผิวหนังมีสีชมพู ไม่ซีด
ในกรณีที่มีความรุนแรง
จะมีพิษแบบรองเฉียบพลันของร่างกายในระบบสมองและประสาทส่วนกลาง
และระบบการไหลเวียนของโลหิต
2.
พิษแบบเรื้อรัง
การได้รับก๊าซนี้ระยะยาวที่ทำให้เกิด
คาร์บอกซี่ฮีโมโกลบินในเลือดได้ มากกว่าร้อยละ 10 %
ทำให้ผู้ป่วยที่ป่วยด้วยโรคหัวใจขาดเลือดอยู่แล้วเกิดภาวะขาดเลือดขึ้นได้
ขีดจำกัดที่แนะนำ และ ขีดจำกัดทางกฎหมาย
| |
- NIOS หรือ
สถาบันอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานของสหรัฐอเมริกาแนะนำว่า
ไม่ควรมีก๊าซนี้ในบรรยากาศการทำงานเกินกว่า 35
ส่วนในล้านส่วน (พีพีเอ็น) |
| |
- OSHA หรือ
องค์การบริหารความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
แห่งสหรัฐอเมริกามีข้อกำหนดทางกำหมาย
อนุญาตให้มีก๊าซนี้ในบรรยากาศการทำงาน ไม่เกิน 50
ส่วนในล้านส่วน |
การป้องกันและควบคุม
ต้องดูแลให้การเผาไหม้สารอินทรีย์ทั้งหลายเป็นไปโดยสมบูรณ์
และให้ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานตามกฎหมาย
และตามหลักวิชาการ |