Header image
 
 
line decor
  HOME  ::  
line decor
 

 
พ.ญ.อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล
สำนักงานอาชีวเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อม
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

โรคพิษตะกั่วอนินทรีย์

              มนุษย์เรารู้จักตะกั่วมานานกว่า 6,000 ปี นานพอที่จะทำให้ผู้คนได้สัมผัสกับความเป็นพิษของตะกั่วที่ได้คร่าชีวิตของพ่อ แม่ ลูก เพื่อน และผู้เป็นที่รักไป ตลอดจนก่อให้เกิดความพิการและการป่วยของร่างกายในระบบต่างๆ ที่ตะกั่วเข้าไปทำลายได้ ในที่นี้จะขอกล่าวถึงตะกั่วที่รู้จักกันดีคือ ตะกั่วอนินทรีย์หรือตะกั่วที่เป็นโลหะ

             ประวัติศาสตร์เราได้เรียนรู้ว่าชาวโรมันมีความเก่งทั้งทางด้านการรบและวิทยาการความรู้แขนงต่าง ๆ จนแผ่ขยายอาณาจักรโรมันออกไปได้กว้างไกล แต่ในที่สุดก็ถึงคราวล่มสลาย เพราะความประมาทของผู้นำที่มัวเมาอยู่กับอบายมุข ไม่ว่า สุรา นารี เช่นเดียวกับผู้นำต่าง ๆ ในภูมิภาคทั่วโลกทุกวันนี้ แต่ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์กลับสันนิษฐานว่า ตะกั่วอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อาณาจักรโรมันต้องพบกับความพินาศ

              ทำไมจึงกล่าวเช่นนั้น….. มีบันทึกในประวัติศาสตร์โดยแพทย์ของกรุงโรมว่า ผู้นำทางการเมืองและการทหารหลายคนมีอารมณ์แปรปรวน เซื่องซึม สติวิปริตไป ประชาชนและทหารจำนวนมากเป็นโรคปวดข้อมีคนปัญญาอ่อนเพิ่มขึ้น ประชาชนของกรุงโรมเพิ่มขึ้นช้า หรือมีปัญหาการเป็นหมันของประชากรซึ่งอาการและปัญหาสุขภาพทั้งหมดนี้ตรงกับอาการของโรคพิษตะกั่ว
แบบเรื้อรังที่เกิดจากตะกั่วที่สะสมเข้าสู่ร่างกายทีละน้อยในเวลานาน โดยได้รับปนเปื้อนไปกับอาหารและน้ำดื่มที่บรรจุในเครื่องใช้ต่าง ๆ ซึ่งทำจากตะกั่ว หรือตะกั่วผสมกับเงินและโลหะอื่น เช่น หม้อ ไห เหยือก กา ถ้วย ชาม และ อื่น ๆ ตลอดจนแป้ง เครื่องสำอางที่ใช้ในยุคนั้นด้วยชาวโรมันสมัยนั้นคงไม่ทราบว่าเหล้าองุ่นที่ดื่มไป มีตะกั่วละลายออกมาเพราะฤทธิ์กรดของเหล้า

โรคพิษตะกั่วเกิดได้อย่างไร และอาการของโรคพิษตะกั่ว

             ตะกั่วเป็นสารที่ร่างกายไม่ต้องการ ต่างกับธาตุเหล็ก ฟลูออร์ไรและแต่ธาตุอื่นๆ ที่จำเป็นและเป็นประโยชน์แก่ร่างกายในปริมาณที่พอเหมาะ ตะกั่วมีแต่ความเป็นพิษต่อร่างกาย เมื่อได้รับตะกั่วเข้าสู่ร่างกายทั้งจากการกินตะกั่วที่ปนเปื้อนกับอาหาร และเครื่องดื่ม หรือจากการหายใจ เอาไอ ควัน หรือฝุ่นตะกั่วขนาดเล็ก เข้าไปสู่ปอด ตะกั่วก็จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย และกระจายไปทั่วร่างกายผ่านทางเลือด และกำจัดออกมากับปัสสาวะบางส่วน ถ้าได้รับไปมาก หรือน้อยๆ แต่บ่อย ๆ เป็นเวลานาน ร่างกายก็กำจัดไม่หมด จึงนำไปเก็บในยุ้งซึ่งก็คือเก็บในกระดูก ส่วนตะกั่วที่วนเวียนอยู่ในเลือดทั้งที่เก็บไม่หมด หรือได้ไปใหม่ ก็ไปเคลือบเซลล์ประสาทและสมองของเรา ทำให้สมองและประสาทถูกทำลาย ไม่สามารถทำงานควบคุมกล้ามเนื้อได้ปกติ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดกล้ามเนื้อ ข้อมือข้อเท้าตก หรืออ่อน ควบคุมการทรงตัวไม่ค่อยดี นอนไม่ค่อยหลับ ปวดหัวเรื้อรัง ชา อารมณ์แปรปรวน วิปริต งุนงง เซื่องซึม ความทรงจำเสื่อม คิดช้า โง่ และถ้าเป็นมากและเฉียบพลันก็จะชักและตาย

              ตะกั่วที่วนเวียนอยู่ในเลือดไม่ว่าจะเท่าใดก็ตามจะไปยับยั้งเอนไซม์เอแอลเอดีที่สำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้สร้างเม็ดเลือดแดงไม่ได้ ไม่พอ และไม่ดี ผู้ที่มีตะกั่วในร่างกายจึงมีเม็ดเลือดน้อย เม็ดเลือดผิดปกติและแตกง่าย เลือดจางทำให้ร่างกายขาดเลือด อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายก็เสียการทำงาน ทำให้มีอาการต่างๆ มากมาย ซึ่งทำให้อ่อนเพลียง่าย เป็นลมง่าย หรือ “ วูบ” ง่าย ป่วยง่าย และอาการจากเลือดจางอื่น ๆ ตะกั่วทำให้อสุจิของเพศชาย และไข่ของเพศหญิงผิดปกติ ทำให้ผู้ที่ป่วยด้วยโรคพิษตะกั่วเรื้อรังเป็นหมันและมีความผิดปกติของประจำเดือนได้ และอาการที่เกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์อื่น ๆ และตะกั่วยังไปทำลายระบบไตด้วย และทำให้เกิดอาการระบบอื่น ๆ ได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดตามข้อ ปวดเมื่อยตามตัว ท้องผูก ท้องอืด หรืออื่นๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ส่วนใหญ่เป็นอาการของโรคพิษตะกั่วเรื้อรัง ซึ่งไม่ค่อยเฉพาะทำให้ผู้ป่วยมักได้รับการวินิจฉัยและรักษาแบบโรคประสาท และโรคจิต ทำให้เป็นปัญหาของผู้ป่วยที่จะได้รับการดูแล และป้องกันอย่างถูกต้องมาก

ชนิดของโรคพิษตะกั่ว แบ่งเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ โรคพิษตะกั่วเฉียบพลัน และโรคพิษตะกั่วเรื้อรัง

โรคพิษตะกั่วเฉียบพลัน
               เกิดในผู้ที่ได้รับตะกั่วครั้งแรก ๆ ในปริมาณที่มาก ส่วนใหญ่พบในผู้ที่หลอมตะกั่วและเด็กคลอดใหม่ และเด็กเล็ก จะปวดท้องแบบปวดมาก ชัก และตายได้ ในผู้ใหญ่จะมีอาการคอแห้ง กระหายน้ำปวดแสบร้อนในท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ร่วมด้วยได้ ถ้าตรวจตะกั่วในเลือดสูงมาก เช่น 60 ไมโครกรัมต่อเลือด 100 ซีซี ปัจจุบันไม่ค่อยพบแล้ว พบมากเมื่อ 50 – 100 ปีที่มนุษย์รู้จักเครื่องจักรใหม่ ๆ หรือยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยพบในคนงาน และเป็นที่มาของการตั้งค่าตะกั่วที่ 50 – 60 มมก % ปัจจุบันไม่ค่อยพบแล้ว มักพบในเด็ก หรือการได้ตะกั่วโดยอุบัติเหตุ ในประเทศยังพบประปรายในผู้หลอมโลหะ และเด็ก

โรคพิษตะกั่วเรื้อรัง 
                เป็นโรคที่พบมากในผู้ทำงานในอุตสาหกรรมอิเลคโทรนิค ได้แก่ ทำไอซี ดิสก์ และแผงวงจรคอมพิวเตอร์ หรือที่คล้ายกัน เนื่องจากผู้รับตะกั่วจะรับตะกั่วทีละน้อย บ่อย ๆ ทุก ๆ วัน เป็นเวลานาน จะมีอาการเกือบทุกระบบของร่างกายที่กล่าวแล้ว จำเป็นต้องได้รับการรักษา ตรวจเลือดพบตะกั่วไม่สูง อาจพบได้ตั้งแต่ 10 ไมโครกรัม ต่อเลือด 100 ซีซี เป็นปัญหาสำคัญในผู้ทำงาน และผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองที่มีมลพิษจากน้ำมันที่มีตะกั่ว เช่น ประเทศไทยในปัจจุบัน เนื่องจากยังคงมีน้ำมันที่มีตะกั่วใช้อยู่ โรคพิษตะกั่วเรื้อรังเป็นปัญหามากขณะนี้

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคตะกั่วเรื้อรัง
                ก่อนอื่นท่านต้องมีอาการผิดปกติ หรืออาการป่วย ตามที่กล่าวข้างต้น ถ้าไปพบแพทย์และแพทย์ตรวจพบความผิดปกติของร่างกายในระบบต่าง ๆ ที่ตะกั่วไปทำลายได้ และที่สำคัญคือ ท่านเองมีประวัติทำงานกับตะกั่วและโลหะซึ่งส่วนใหญ่มักมีตะกั่วปน หรือส่วนน้อยมีประวัติได้ตะกั่วไปกับอาหาร และมลพิษทางอากาศ ท่านก็มีโอกาสเป็นโรคพิษตะกั่วเรื้อรังได้ ไม่จำเป็นต้องตรวจตะกั่วในเลือด ถ้าท่านตรวจตะกั่วในเลือด และท่านพบตะกั่วในเลือดไม่ว่าจะเท่าใดก็ตาม ท่านยังคงต้องเป็นโรคพิษตะกั่วซึ่งต้องได้รับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป ถ้าท่านมีตะกั่วในเลือดสูงมากมายเพียงใด แต่ท่านไม่มีอาการป่วยท่านก็ไม่เป็นโรคพิษตะกั่ว ถ้าเป็นเช่นนี้ท่านได้รับตะกั่วเข้าร่างกายมากไปแล้ว ท่านต้องรู้ตัวไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ท่านชัก และตายจากโรคพิษตะกั่วเฉียบพลัน ท่านต้องรีบออกจากบริเวณที่มีตะกั่วนั้น เช่น บริเวณงานที่มีควันตะกั่ว และจัดเก็บตะกั่วให้ถูก ไม่ให้ก่อปัญหาอีก คนเราได้รับตะกั่วที่เดียวกัน พร้อมกันจะพบตะกั่วในเลือดได้เท่ากันและป่วยเหมือนกันไหม ตอบว่า ไม่ เพราะขึ้นกับร่างกายของผู้นั้นจะดูดซึม กำจัด และอ่อนแอหรือไวในการเกิดโรคไม่เท่ากัน เด็กจะเกิดโรคนี้ง่าย ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคพิษตะกั่วเรื้อรังไหม ตอบว่า มีมากมาย ที่พบแล้วเช่น ตำรวจจราจรบางท่าน พนักงานโรงงานผลิตไอซี ผู้ทำงานพ่นสี พนักงานโรงงานหลอดรีด เหล็ก อลูมิเนียม และโลหะพนักงานทำแผงวงจรไฟฟ้า วิศวกร และช่างโรงงานที่เกี่ยวข้อง ที่รู้จักกันดีขณะนี้ก็ได้แก่โรคพิษตะกั่วเรื้อรังในพนักงานหญิงซีเกท

การป้องกันโรคพิษตะกั่วเรื้อรัง
                  ในด้านผู้ผลิต ผู้สร้างมลภาวะ ทั้งระดับโรงงาน ระดับประเทศ (เช่นยังให้มีการผลิตและใช้น้ำมันที่มีตะกั่ว) ต้องเริ่มจากการมีความรู้ ตระหนักถึงพิษตะกั่ว มีความคิดที่จะป้องกัน และต้องลงมือป้องกัน การป้องกันทางเทคนิคไม่ใช่เรื่องยาก เรื่องยากอยู่ที่คิดจะทำหรือไม่ การป้องกันที่ดี คือ การป้องกัน ที่แหล่ง ให้ความรู้เรื่องพิษตะกั่วแก่นพนักงานที่เกี่ยวข้อง ถ้าจำเป็นอาจต้องป้องกันที่ตัวพนักงาน ใช้อุปกรณ์ป้องกันสุขภาพ และถ้าที่ทำงานมีการใช้ตะกั่วมาก โดยไม่มีการกำจัดที่แหล่ง ท่านอาจอยากตรวจตะกั่วในเลือดหรือปัสสาวะก็ได้ เพื่อป้องกันการชัก และตาย จากปัญหาพิษตะกั่วเฉียบพลัน (แต่ไม่แนะนำ) ในส่วนตัวของพนักงานหรือประชาชน ต้องรักษาอนามัยส่วนบุคคลที่ดี ไม่กินอาหารในที่ทำงานที่มีตะกั่วอยู่ ล้างมือ หน้า คอ ทุกครั้งก่อนกินอาหารและเครื่องดื่ม เลือกรับประทานอาหารที่ดีไม่ปนเปื้อนตะกั่ว ถ้ามีเงินซื้อรถ ไม่เลือกซื้อรถที่เครื่องยนต์ต้องใช้น้ำมันที่มีตะกั่ว ทุกท่านทั้งผู้ผลิต ผู้บริการ ผู้ทำงาน ประชาชน และคนไทยยุคใหม่ จะปลอดจากพิษตะกั่วเรื้อรังนี้