Header image
 
 
line decor
  HOME  ::  
line decor
 

 
พ.ญ.อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล
สำนักงานอาชีวเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อม

อันตรายจากแมงกานีส 

          ในปี 2507 คนงานในโรงงานถ่านไฟฉายแห่งหนึ่ง ได้ป่วยเป็นโรคพิษแมงกานีสขึ้น ทำให้ร่างกายพิการเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิต มีจำนวนถึง 41 คน นับเป็นเหตุการร้ายแรงแห่งแรกที่แสดงให้เห็นถึงพิษภัยของอุตสาหกรรมในประเทศไทย
            วัตถุดิบในโรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ จะต้องมีสารเคมีอยู่ด้วยเสมอ ซึ่งบางชนิดก็มีอันตรายแก่มนุษย์ได้ เมื่อเข้าสู่ร่างกาย เช่น แมงกานีส แร่แมงกานีส นิยมใช้มากในโรงงานผลิตถ่านไฟฉาย โรงงานผลิตโลหะต่าง ๆ แต่เจ้าของกิจการและคนงานมักไม่ทราบถึงอันตรายของมัน จึงไม่ได้ให้ความสนใจในการป้องกันดังกล่าว ตลอดจนสภาพแวดล้อมในทุก ๆ ด้านที่ไม่เอื้ออำนวยต่อความปลอดภัยแก่คนงาน จึงได้เกิดเหตุการณ์ข้างต้นขึ้นสำหรับประเทศไทยซึ่งกำลังพัฒนาอุตสาหกรรมนั้น น่าจะเป็นอุทาหรได้ดีกว่า ไม่ควรมุ่งแต่เร่งพัฒนา “ปริมาณ” เพียงด้านเดียว ประสิทธิภาพของทรัพยากรที่ใช้พัฒนาประเทศ (คน) จำเป็นต้องบำรุงรักษาไว้ด้วยสุขภาพอนามัยที่ดี เพื่อจะได้ใช้แรงงานที่มีอยู่ให้ได้เต็มที่

แมงกานีสคืออะไร ?

              แมงกานีสเป็นโลหะชนิดหนึ่ง ซึ่งมีสีขาวคล้ายเงิน แข็งและเปราะพบได้ในธรรมชาติ แต่จะเกิดร่วมกับธาตุอื่น ๆ ได้หลายรูป ดังนั้น ถ้าต้องการโลหะแมงกานีสจึงต้องถลุงอีกที แร่แมงกานีส ที่เกิดในธรรมชาติที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอยู่ในรูป Oxide และ Carbonate ที่สำคัญที่สุดคือ Mno2 หรือ Pyrolusit

ประโยชน์ของแมงกานีส

    1. ในทางโลหะกรรม โดยนำมาผสมกับเหล็ก เพื่อทำให้เหล็กนั้นมีความเหนียว ยืดหยุ่น และคงทนยิ่งขึ้น เช่น รางรถไฟ หัวขุด หัวเจาะ เหล็กทุบ ฯลฯ นอกจากนี้ยังใช้ประโยชน์ในการทำให้เหล็กบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น
    2. ใช้ในทางอโลหะกรรม ได้แก่
                                   - อุตสหกรรมประกอบถ่านหินไฟฉาย
                                   - อุตสหกรรมเคมีบางประเภท เช่น ในการเตรียมด่างทับทิมซึ่งใช้เป็นยาฆ่าเชื้อโรค ยารักษาเนื้อไม้ให้คงทนถาวรเตรียมสารที่ใช้ในการฟอกหนังย้อมหนังและใช้ผสมเข้าไปในอาหารไก่
                                  - การผลิตวัสดุภัณฑ์เคมี จำต้องใช้แร่แมงกานีสเป็นตัวสำคัญ เช่น การทำสี ปุ๋ยสังเคราะห์ ผสมในการทำอิฐแมงกานีสจะทำให้อิฐทนความร้อนสูง เป็นต้น
 

ทางเข้าสู่ร่างกาย

                   แมงกานีส สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทาง ได้แก่

ทางจมูก โดยสูดหายใน เอาผงหรือไอระเหยของแมงกานีสเข้าสู่ปอด แล้วกระจายไปทั่วร่างกาย ซึ่งเป็นทางเข้าที่สำคัญที่สุด

ทางปาก โดยการรับประทานเข้าไป ส่วนมากพบได้น้อยมาก มักจะเป็นอุบัติเหตุปะปนกับอาหาร น้ำดื่ม

ทางผิวหนัง แมงกานีสบางส่วนสามารถดูดซึงเข้าทางผิวหนังได้

อาการพิษของแมงกานีส

พิษแมงกานี้ในการอุตสาหกรรมส่วนมากเป็นชนิดเรื้อรัง อาการค่อย ๆ เป็น ค่อยๆ ไป แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

ทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ได้แก่ สมอง ทำให้เกิดอาการเป็นระยะ

    1. ระยะเริ่มแรก ผู้ที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่จะเกิดอาการในระหว่าง 6 เดือน ถึง 2 ปี อาจเริ่มด้วยอาการเป็นไข้ปวดศีรษะ กล้ามเนื้อไม่มีเรี่ยวแรง เบื่ออาหาร ไม่สนใจในสภาพสิ่งแวดล้อมถึงแม้ว่าจะมีอะไร เปลี่ยนแปลงก็ไม่สนใจ ไม่ดีใจหรือเสียใจ นอนไม่ค่อยหลับเป็นครั้งคราว พูดจาน้อย ความรู้สึกทางเพศเสื่อมถอย
    2. ระยะกลาง ระยะนี้อาการเป็นมากขึ้น เป็นตะคริวบ่อยขึ้น ปวดกล้ามเนื้อบ่อย ๆ ไม่ค่อยพูดจา หรือ เวลาพูดเป็นเสียงเดียวไม่มีเสียงสูงเสียงต่ำ พูดช้าและไม่ชัดเจน หน้าตาย ไม่แสดงความยินดียินร้าย เวลาหัวเราะ กล้ามเนื้อเกร็งไปทั่วใบหน้าเฉื่อยชา เวลาเดินเริ่มมีอาการกระตุก ๆ
    3. ระยะเต็มที่ในระยะนี้อาการต่าง ๆ จะรุนแรงยิ่งขึ้น เวลาดินจะมีอาการกระตุกมากขึ้น ท่าเดินแกว่งไปแกว่งมา ก้าวขาสั้น ๆ เดินจะมีอาการกระตุกมากขึ้น หกล้มบ่อย ๆ จะเดินลักษณะคล้ายไก่หรือเป็ด มีการสั่นกระตุกของปลายแขน ปลายขา บางรายมีอารมณ์ไม่แน่นอน บางครั้งหัวเราะ บางครั้งร้องไห้ กลืนน้ำลายลำบากทำให้น้ำลายยืดตลอดเวลา พูดไม่มีเสียงหรือเสียงแหบเหมือนเป็ด บางครั้งมีอาการเป็นอัมพาตของร่างกายบางส่วน

ประเภทที่เกี่ยวกับปอด เกิดจากการสูดหายใจเอาผงหรือไอระเหยของแมงกานี้เข้าไป อาจทำให้เกิดอาการปอดบวมได้โดยมีอาการเริ่มต้นเจ็บคอ เป็นไข้ ไอมีเสมหะ ต่อมาเริ่มเป็นไข้สูง ไอมากขึ้น แน่นอึดอัดหายใจไม่ออก เมื่อแยกออกจากสถานที่ทำงานและให้การรักษาถูกต้องแล้วจะหายเป็นปกติได้

การควบคุมและป้องกัน

  1. ติดตั้งเครื่องดูดอากาศเฉพาะที่ให้บริเวณที่เกี่ยวข้องกับแมงกานีส เช่น ที่มีการบด การร่อน การบรรจุ หรือบริเวณที่มีการหลอมเหลวเหนียวผสมแมงกานีส เพื่อการดูดฝุ่นหรือไอระเหยของแมงกานีสออกไปจากบริเวณปฏิบัติงาน
  2. เครื่องบดแร่ ควรปิดให้มิดชิดและควรเป็นแบบอัตโนมัติ เพื่อมิให้ฝุ่นของแมงกานีสฟุ้งกระจายออกมาในที่ทำงาน
  3. จัดให้มีการระบายอากาศทั่ว ๆ ไปให้เพียงพอ เพื่อให้อากาศบริสุทธิ์จากข้างนอกเข้าไปในบริเวณทำงานให้มากขึ้น
  4. ห้องปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับแมงกานี้ควรแยกออกจากห้องปฏิบัติงานอื่น ๆ เพื่อลดจำนวนคนงานที่รับพิษให้น้อยลง และต้องหมั่นดูแลรักษาบริเวณให้สะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ
  5. จัดห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ห้องอาบน้ำให้คนงานได้เปลี่ยนเสื้อผ้า และอาบน้ำชำระร่างกาย เมื่อเสร็จจากการปฏิบัติงานเป็นประจำทุกวัน
  6. ในการทำงานเหมืองแร่แมงกานีส ที่มีการเจาะหินหน้าเหมืองควรใช้วิธีเจาะโดยใช้น้ำช่วยเพื่อลดปริมาณของฝุ่นในอากาศ