บทนำ |
| ในวันที่
1 พฤษภาคม 2551 เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง พนักงานหญิงถูกเครื่องจักรดึงแขนเข้าไปจนต้องตัดแขนไปข้างหนึ่ง
โดยขณะนี้พนักงานท่านนั้นอยู่ระหว่างการใส่แขนเทียมและฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงานอยู่
ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2551 พนักงานชายแผนกสปินนิ่ง ผลิต ได้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตอีกหนึ่งท่าน
ภายในเวลาเพียงสองเดือนกว่ามีพนักงานประสบเคราะห์กรรมร้ายแรงในแผนกเดียวกันถึงสองท่าน
เหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกันเช่นนี้ได้สร้างความตระหนกตกใจและหวาดกลัวให้แก่พนักงานเป็นอย่างมาก
มีพนักงานซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ที่พนักงานเสียชีวิตได้ขอลาออกจากงานไปหนึ่งคน
เพราะรับสภาพความกดดันด้านจิตใจไม่ได้ เหตุ การณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นทั้งสองครั้งได้ก่อให้เกิดความสงสัยแก่พนักงานทั้งโรงงานว่าหัวหน้างานที่เกี่ยวข้องต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อความสูญเสียในครั้งนี้หรือไม่
และต้องรับผิดชอบอย่างไร เมื่อมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นย่อมมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาเป็นอย่างมาก ขณะนี้พนักงานต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่าว่าบริษัทไม่ได้ให้ความสนใจและไม่ได้ให้ความช่วยเหลือแก่พนักงานและครอบครัวทั้งสองท่านเท่าที่ควร โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือเงินทำขวัญที่นอกเหนือจากกฎหมายและข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ในกรณีของพนักงานหญิงบริษัทให้เงินใช้จ่ายในขณะอยู่โรงพยาบาล 10,000 บาท ในขณะที่ช่วยเหลือเงินค่าทำศพแก่ครอบครัวของพนักงานที่เสียชีวิต 100,000 บาท ในขณะที่สังคมนอกโรงงานวิจารณ์ว่าพนักงานที่แขนขาดได้รับเงินช่วยเหลือจากโรงงาน 3 4 ล้านบาท ส่วนครอบครัวพนักงานที่เสียชีวิตได้รับเงินช่วยเหลือ 7 8 ล้านบาท |
เหตุผลที่ชาวบ้านนอกโรงงานคาดว่าผู้เสียหายทั้งสองรายได้รับเงินจากบริษัทเป็นจำนวนมากเช่นนั้นเพราะชาวบ้านเห็นว่าบริษัทไทยเรยอน
จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทใหญ่โต มีผลกำไรปีละหลายพันล้านบาท เงินช่วยเหลือพนักงาน
3 4 ล้านบาทสำหรับการเสียแขนไปข้างหนึ่ง หรือเงิน 7 8 ล้านบาทสำหรับการเสียชีวิตของพนักงาน
1 คน คงไม่ใช่เงินจำนวนมากของบริษัท แต่สิ่งที่ชาวบ้านคาดการณ์หรือคิดไปมันตรงข้ามกับความเป็นจริงของบริษัทแห่งนี้อย่างหน้ามือเป็นหลังมือทีเดียว
คนในโรงงานเท่านั้นจึงจะรู้ว่าข้อเท็จจริงขงบริษัทแห่งนี้เป็นอย่างไร และบริษัทนี้ไม่เคยจ่ายเงินอะไรให้พนักงานง่าย
ๆ แต่ถ้าเป็นการจ่ายให้แก่คนภายนอกโดยเฉพาะหน่วยงานของรัฐแล้ว เงินของบริษัทจะไม่สำคัญแต่อย่างไร ถ้าเวลานี้ความรู้สึกของพนักงานที่มีต่อฝ่ายบริหารถูกมองในแง่ลบและเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก พนักงานไม่เชื่อมั่นและศรัทธาต่อฝ่ายบริหาร ไม่เชื่อว่าจะได้รับหลักประกันจากบริษัทในกรณีที่ประสบอันตรายจากการทำงาน ความรู้สึกที่ไม่ดีต่อฝ่ายบริหารในครั้งนี้คงยากที่จะเยียวยาแก้ไขได้ในระยะสั้น เราขอเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารได้ทบทวนการกระทำที่ผ่านมาของฝ่ายบริหารเสียใหม่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพูดจาที่ไม่ดีต่อบิดาของผู้เสียชีวิตของผู้บริหารบางคน การจ่ายเงินทำขวัญที่นอกเหนือจากสิทธิตามกฎหมายและข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เงินอาจจะซื้อใจคนไม่ได้แต่ก็ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ความเสียใจ และความทุกข์ใจของผู้สูญเสียได้ระดับหนึ่ง คนสูญเสียย่อมเสียใจอยู่แล้ว อย่าให้ต้องมาเสียใจต่อการกระทำของฝ่ายบริหารอีกเลย |
|