จะเชื่อใครดี

             ในการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2551 ที่ประชุมได้อนุมัติจ่ายเงินค่าทำขวัญให้แก่พนักงานที่ประสบอันตราย 5 คน โดยแต่ละคนได้รับเงินค่าทำขวัญต่างกันไปตั้งแต่ 1,000 บาท – 5,000 บาท การได้รับเงินค่าทำขวัญมากหรือน้อยจะขึ้นอยู่กับจำนวนวันที่ต้องหยุดทำงานของพนักงานที่ประสบอันตรายแต่ละคน (อ่านรายละเอียดได้จากคอลัมน์ “เตือนความจำ” ในสายสัมพันธ์ฉบับนี้) ทั้งนี้เป็นไปตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่สหภาพแรงงานฯ ทำไว้กับบริษัท
             การที่พนักงานที่ประสบอันตรายจากการทำงานได้รับเงินทำขวัญเป็นจำนวนมากสูงสุดถึง 5,000 บาทนั้นไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีแต่ประการใด เพราะยิ่งได้รับเงินมากเท่าใดแสดงว่าพนักงานคนนั้นต้องเจ็บตัวมากขึ้น สูญเสียเวลาทำงาน สูญเสียค่าใช้จ่ายของครอบครัวที่ต้องเดินทางมาเฝ้าไข้ บางทีคู่สมรสหรือบุตรที่ต้องมาเฝ้าไข้อาจจะต้องลางานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง มาเฝ้าพนักงานที่เจ็บป่วย ซึ่งทำให้ครอบครัวสูญเสียรายได้โดยไม่สมควรด้วย และเชื่อว่าคงไม่มีพนักงานคนใดที่ประสบอันตรายจากการทำงานแล้วมีความพอใจที่ตนเองได้รับเงินค่าทำขวัญเป็นจำนวนมาก เพราะมันเป็นรายได้ที่ไม่คุ้มกับความสูญเสีย
            ในระหว่างการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัยฯ กรรมการบางท่านมีความเห็นว่าขณะนี้พนักงานของไทยเรยอนประสบอันตรายจากการทำงานมากขึ้น และการประสบอันตรายดังกล่าวเกิดจากสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัยซึ่งพนักงานที่ประสบอันตรายก็รู้ว่าถ้าต้องทำงานดังกล่าวตัวเองต้องเสี่ยงภัยและอาจประสบอันตรายจากการทำงานได้ จึงไม่เข้าใจว่าทำไม
พนักงานต้องทำงานทั้ง ๆ ที่รู้ว่าต้องเสี่ยงภัยดังกล่าว จากความเห็นดังกล่าวกรรมการบางท่านได้เสนอความคิดว่าในฐานะที่ทำงานอยู่กับเครื่องจักรและทำงานอยู่หน้างาน ตนเองเห็นใจพนักงานที่ประสบอันตรายจากการทำงานทุกคน เพราะพนักงานหลายคนรู้ว่ากำลังทำงานในสภาพเสี่ยงภัย แต่ถ้าไม่ทำก็เกรงว่าจะเกิดความเสียหายต่องาน กลัวว่าหัวหน้างานจะตำหนิ กลัวว่าหัวหน้างานจะลงโทษ กรรมการท่านแรกบอกว่าไม่อยากให้พนักงานคิดอย่างนั้น เพราะความคิดที่กลัวหัวหน้าจะตำหนิหรืกลัวว่างานจะเกิดความเสียหายแล้วต้องทำงานเสี่ยงภัยจะไม่สามารถทำให้สถิติด้นความปลอดภัยลดลงได้เลย ความคิดเห็นที่คณะกรรมการความปลอดภัยฯ สองท่านเห็นแย้งกันเช่นนี้ หากพนักงานได้เข้าร่วมฟังระหว่างการประชุมเชื่อว่าพนักงานหลายท่านก็คงสงสัยเหมือนกันว่าแล้วจะเชื่อใครกันดี จะเชื่อกรรมการท่านแรกที่บอกว่าหากเห็นว่าสภาพงานที่ต้องทำไม่ปลอดภัยก็ไม่ควรทำ หรือจะเชื่อว่าแม้ว่างานที่ต้องทำอาจจะต้องเสี่ยงภัย เสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ แต่ถ้าไม่ทำแล้วงานจะเสียหายก็ควรต้องทำ คำตอบที่ถูกต้องในเรื่องนี้ก็คือ หากบริษัทเห็นว่างานที่ต้องทำมีความเสี่ยงภัยที่จะเกิดอุบัติเหตุในระหว่างการทำงาน พนักงานก็ไม่ต้องทำ เมื่อไม่ทำแล้วต้องรีบรายงานให้หัวหน้างานทราบโดยทันที เพื่อให้หัวหน้างานเป็นผู้ตรวจสอบและหาทางแก้ไขหรือตัดสินใจว่าจะให้ทำหรือไม่ให้ทำ วิธีนี้เป็นวิธีที่ถูกต้องที่สุด เพราะหัวหน้างานเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ และถ้าหัวหน้างานไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้หัวหน้างานก็จะรายงายงานหัวหน้างานระดับสูงต่อไป ปัญหาที่เกิดขึ้นก็จะได้รับการวินิจฉัยและสั่งการจากหัวหน้างานระดับสูงอีกขั้นหนึ่ง ผู้ปฏิบัติงานก็จะทำงานด้วยความปลอดภัย
            สมาชิกทุกท่านคงทราบดีแล้วว่าทุกครั้งที่เกิดการประสบอันตรายจากการทำงานคณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานจะต้องทำการประชุมกันเพื่อพิจารณาถึงสาเหตุของการเกิดการประสบอันตรายจาการทำงาน และหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการประสบอันตรายในอนาคต จากนั้นจะต้องรายงานผลการประชุมให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดอ่างทองทราบด้วย ในการประชุมหัวหน้างานหรือหัวหน้าแผนกทีมีพนักงานประสบอันตรายจากการทำงานจะต้องเข้าร่วมประชุมพร้อมกับชี้แจงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานและเสนอแนะแนวทางแก้ไขป้องกันไม่ให้เกิดการประสบอันตรายจากการทำงานในอนาคต การที่คณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัยฯ มีมติให้หัวหน้างานต้องเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการความปลอดภัยฯ ทุกครั้งที่มีพนักงานในแผนกประสบอันตรายจากการทำงานก็เพื่อเป็นการกระตุ้นให้หัวหน้าแผนก หัวหน้างานได้ตระหนักถึงปัญหาด้านความปลอดภัยให้มากขึ้น ให้เกิดความรับ ผิดชอบ ไม่มุ่งเน้นแต่ความสำเร็จของงานเพียงอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในการทำงานเป็นสำคัญ และที่ผ่านมาหัวหน้าแผนกและหัวหน้างานที่เกี่ยวข้องกับการประสบอันตรายจากการทำงานของพนักงานในแต่ละแผนกต่างก็ให้ความร่วมมือและเข้าร่วมการประชุมกับคณะกรรมการความปลอดภัยฯ ด้วยดีเสมอมา
             งานด้านความปลอดภัยเป็นภารกิจของพนักงานทุกคน ไม่ใช่เรื่องของหัวหน้าแผนกหรือหัวหน้างานเท่า นั้น ในแต่ละแผนกได้มีการจัดตั้งคณะอนุ กรรมการความปลอดภัยของแต่ละแผนก โดยแผนกใดที่มีพนักงานฝ่ายซ่อมบำรุงอยู่ด้วย คณะอนุกรรมการความปลอดภัยฯ ของแผนกก็ต้องมีผู้แทนจากฝ่ายซ่อมบำรุงเป็นกรรมารร่วมด้วย โดยปกติคระอนุกรรมการความปลอด ภัยฯ ประจำแผนกจะประชุมเดือนละ 1 ครั้ง ปัญหาด้านความปลอด ภัยหากแก้ไขได้โดยพนักงานในแผนกได้ก็ให้แผนกทำการแก้ไข แต่ถ้าเป็นปัญหาใหญ่หรือต้องใช้งบประมาณหรือความร่วมมือจากหน่วยงานอื่น ๆ ในโรงงาน คณะอนุ กรรมการความปลอดภัยฯ ประจำแผนกจะส่งปัญหาดัง กล่าวให้คณะกรรมการวามปลอดภัยอาชีวอนามัยฯ ของบริษัทเป็นผู้พิจารณาหาทางแก้ไขต่อไป ไม่ทราบว่าในแต่ละแผนกยังมีการประชุมคณะอนุกรรม การความปลอด ภัยของแผนกอยู่หรือไม่ ? ถ้ายังประชุมกันอยู่ก็อย่าลืมส่งผลการประชุมให้แก่คณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัยของบริษัทด้วย เพราะกรรม การด้านความปลอด ภัยในแผนกจะได้รับทราบผลการดำเนินงานของท่านต่อไป
             ปัญหาความปลอดภัยเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องให้ความสำคัญ เพราะเป็นปัญหาของความสูญเสียของทุกฝ่ายร่วมกัน ไม่ว่านายจ้าง ลูกจ้าง และครอบครัว ในแต่ละปีมีลูกจ้างทั่วประเทศที่เสียชีวิตนับพันคน และประสบอันตรายจากการทำงานปีละเกือบ 300,000 คน ปีนี้ขอให้เพื่อนสมาชิกทุกคนอย่าได้เป็นหนึ่งในจำนวนผู้ประสบอันตรายจากการทำงานเลย เพราะความสูญเสียจากการประสบอันตรายจากการทำงานไม่สามารถซื้อหามาทด แทนได้ด้วยเงินแต่อย่างไร ขอให้ทุกคนโชคดี มีความปลอดภัยในการทำงานทุกคน