|
ในอดีตที่ผ่านมาเป็นเวลา
29 ปีเศษ ๆ ที่สหภาพแรงงานของเราดำรงอยู่บนความเข้มแข็ง บนพื้นฐานของมวลสมาชิกซึ่งในความเข้มแข็งนั้น
จะมีกรรมการบริหารงานชุดแล้วชุดเล่าที่วนเวียนผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาบริหาร
และนำมาซึ่งความก้าวหน้าไปด้วย อำนาจการต่อรองเพื่อสิทธิประโยชน์ของสมาชิกเป็นที่ตั้ง
และในความสำเร็จทุกหัวข้อปัญหาที่พวกเราได้เผชิญนั้น ส่วนหนึ่งเราได้กำลังใจและแรงสนับสนุนจากการเป็นสมาชิกที่ดี
มิได้ดูดายให้กรรมการและเจ้าหน้าที่ทำงานโดยลำพัง เมื่อพูดถึงแรงสนับสนุนนั้น
ก็อยากจะขอบอกว่า องค์กรของเราจะเข้มแข็งสมาชิกของเราจะต้องมีความรู้ การที่เราจะมีความรู้
เราก็จะต้องแสวงหาความรู้ โดยการเรียน อบรม อ่าน ฟัง และก็มีเหตุผล วิเคราะห์
และหาทางแก้ไข ให้ความยากลำบากนั้นผ่านไปได้ด้วยดี และจะสำเร็จได้ด้วยอำนาจต่อรองสูงสุด
ปัจจุบันเราลงเรือลำเดียวกันทุกคนต้องช่วยกันพยุงเรือให้ถึงฝั่ง โดยปลอดภัย
ทุกคนรอดพ้นจากอุปสรรค และอันตรายในสายน้ำอันไหลเชี่ยว เมื่อพูดถึงพลังอันสามัคคี
เราจะประสบผลสำเร็จได้ เราจะต้องมีกฎกติกา และเงื่อนไข มาเป็นตัวชี้วัด และกฎเกณฑ์
คำว่ากฎเกณฑ์ ปัจจุบันพวกเรากำลังได้รับคำสั่งว่าจะต้องปฏิบัตินั้นปฏิบัตินี่
ถ้าไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่วางไว้ จะถูกพิจารณาโทษนั้นก็หมายความว่า บริษัทกำลังจะนำกฎมาจับ
เพื่อให้พวกเราได้รับความเดือดร้อนและผลกระทบในความถูกต้องและเป็นธรรม พวกเราก็สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขของกฎระเบียบได้
แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไป และประการสำคัญต้องสร้างความศรัทธากับพนักงานเสียก่อน
เมื่อเราเกิดความศรัทธาปัญหาจะเกิด ใจก็จะมา เมื่อใจมาอะไร ๆ ก็จะดีตามด้วย
และท้ายสุดเราจะ
อยู่ร่วมกันแบบสันติภาพ และถ้อยที่ถ้อยอาศัยกันมิใช่เดินทางทางแบบเส้นขนานอย่างทุกวันนี้
แล้วเมื่อใดเล่าเส้นขนานสองเส้นนี้จะมาบรรจบ พวกเรากำลังรอและคอยการบรรจบ.....?
ขอแถมอีกสักนิดเกี่ยวกับวิกฤตเศรษฐกิจในทุกวันที่พวกเราพบและเห็นนั้นก็คือ
ปัญหาน้ำมัน และก๊าซ ซึ่งเป็นข่าวยอดฮิต สำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ
และท่านทั้งหลายในนามของกรรมการฝ่ายสวัสดิการก็อยาก จะขอเชิญและร่วมกันรณรงค์มาใช้รถกะ
(รถรับ-ส่งพนักงาน) กันเถอะ เมื่อคราวจำเป็นมีธุระหลังออกกะ ท่านก็สามารถนำรถยนต์มาใช้ได้
แต่ถ้าวันใดท่านไม่มีธุระก็ขอเชิญใช้บริการรถกะหน่อยนะ เพราะกว่าจะได้มาซึ่งสวัสดิการด้านรถกะนี้
เราต้องเจรจากับบริษัทกันอย่ายาวนานยอมทำเงื่อนไขให้มีการตรวจสอบจำนวนพนักงานที่ใช้บริการได้เมื่อเราทุกคนได้สิทธิก็ควรจะใช้สิทธิอย่างเต็มที่
และนอกเหนือความถูกต้องและเป็นธรรม จะขอนำกล่าวเกี่ยวกับกองทัพต้องเดินด้วยท้อง
การปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายของแต่ละหน่วยงานนั้นมีการทำงานที่แตกต่างกันไป
เช่น ออฟฟิศ ทำงานเอกสารใช้ความคิดกลั่นกลอง และที่สำคัญนั่งในห้องแอร์ แต่มีพนักงานระดับปฏิบัติการต้องใช้แรงงานด้วยการ
เข็น แบก ยก และเดินตรวจสอบทุก ๆ ช.ม.การทำงาน พวกเขาเหล่านั้นทำงานแบบอาบเหงื่อต่างน้ำ
ในเมื่อเราใช้แรงงานอย่างเต็มรูปแบบทุกคนต้องการพลังงาน อาหาร อากาศ ที่พอเพียง
เพื่อหล่อเลี้ยงใยชีวิตประจำวัน เราจะขาดเสียมิได้ นั่นคือ อาหารครบ 3 มื้อ
คือ อาหารมื้อเช้า กลางวัน และเย็น แต่ปัจจุบันอาหารมื้อเช้า เกิดความไม่สะดวกเสียแล้ว
ทำอย่างไรดีถึงจะอยู่แบบไม่สะดุด
ปัจจุบันบริษัทมีการเจริญเติบโตขยายกำลังการผลิตนั้นแสดงให้เห็นว่าคือมีการลงทุนแล้วย่อมเกิดกำไร
ส่วนหนึ่งมาจากพนักงานที่ทุ่มเทสนใจ และใส่ใจจนทำได้ สินค้าเป็นที่ยอมรับและสามารถส่งออกได้ทันเวลาที่ลูกค้ากำหนด
นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่พวกเราทำงานกันอย่างแบบเต็มกำลังความสามารถแต่เมื่อพวกเราทุ่มเทถึงขนาดนี้แล้ว
บางสิ่งบางอย่างที่ขาดหาย บริษัทก็ควรที่จะเติมเต็มให้กับพวกเราบ้าง เช่น
สวัสดิการต่าง ๆ ที่ต้องมีอยู่แล้วในหน่วยงาน ผู้บริหารระดับสูงควรหันลงมามองพนักงานระดับล่างบ้าง
ว่ามีความเป็นอยู่อย่างไร ภาพรวมของบริษัทขณะนี้ภายนอกหรูหรา แต่ภายในร้อนระอุด้วยปัญหาสารพัดเรื่อง
อากาศร้อน อุปกรณ์เบิกยาก สุขภัณฑ์ไม่ดี สุขาภิบาลด้านห้องน้ำ ห้องส้วมไม่พอเพียง
นั่นก็แสดงให้เห็นว่าฝ่ายจัดการมาบริการที่ไม่ดีพอ ไม่เป็นที่ประทับใจ และไม่พึงพอใจของพนักงาน
เพราะฝ่ายบริหารมุ่งเป็นแต่ผลผลิตและกำไรของบริษัทเป็นสำคัญ ฝ่ายบริหารไม่เคยคำนึงถึงจิตใจของพนักงาน
คิดเพียงแต่ว่าจ่ายค่าจ้างและสวัสดิการสูงแล้ว พนักงานก็ต้องทำงานให้แก่บริษัทอย่างเต็มทีให้คุ้มกับค่าจ้างและสวัสดิการที่ได้รับ
สิ่งที่ฝ่ายบริหารคิดอาจถูกต้องในความคิดของฝ่ายบริหาร แต่ก็ไม่ชอบธรรมในความรู้สึกของคนงานและคนภายนอกทั่วไป
การบริหารธุรกิจของฝ่ายบริหารอาจประสบความสำเร็จแต่ทุกวันนี้ฝ่ายบริหาร บริหารคนล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
จริงหรือไม่จริงต้องถามคนที่ถูกห้ามไม่ให้นำรถไปจอดในหอพักจุด 10 ดูก็ได้พวกเขาคิดอย่างไรกับฝ่ายบริหารในเวลานี้
|