|
คำสั่งตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดอ่างทอง ที่ 1 / 2550 ระหว่างนางสายฝน บุญยขันธ์ กับพวกรวม 10 คน ผู้ยื่นคำร้อง กับ บริษัท ไทยเรยอน จำกัด (มหาชน) |
|
ที่ อท
0024 / 2165
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดอ่างทอง ศาลากลางจังหวัด อำเภอเมืองอ่างทอง อท 14000 16 มีนาคม 2550 เรื่อง ค่าจ้าง เรียน นางสายฝน บุญยขันธ์ สิ่งที่ส่งมาด้วย คำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ 1/2550 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2550 ตามที่ ท่านกับพวกรวม 10 คน ได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดอ่างทอง ว่า บริษัท ไทยเรยอน จำกัด (มหาชน) ค้างจ่ายค่าจ้างรายละเอียดแจ้งแล้ว นั้น สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดอ่างทอง ขอส่งคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน ที 1/2550 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2550 มาเพื่อพิจารณาดำเนินการ จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
ขอแสดงความนับถือ
(นางศิราภรณ์ บุญเรือง)
กลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน |
|
คำสั่งตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดอ่างทอง ที่ 1 / 2550
ระหว่างนางสายฝน บุญยขันธ์ กับพวกรวม 10 คน
ผู้ยื่นคำร้อง กับ บริษัท ไทยเรยอน จำกัด (มหาชน) ตามที่ นางสายฝน บุญยขันธ์ กับพวกรวม 10 คน ลูกจ้าง บริษัท ไทยเรยอน จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดอ่างทอง เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2550 ว่านายจ้าง หักค่าจ้างโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย 1. พนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดอ่างทองได้สอบข้อเท็จจริงปรากฏว่า บริษัท ไทยเรยอน จัด (มหาชน) เลขที่ตั้ง 36 หมู่ที่ 2 ตำบลโพสะ อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง ประเภทกิจการ ผลิตเส้นใย จำนวนลูกจ้าง 800 คน โดยมีนายประจิตร ยศสุนทร นายกุมาร มังกาลัม เบอร์ล่า นางราชาสรี เบอร์ล่า นายไซยัม ชุนเดอร์ มาฮันซาเรีย นายวินัย สัจเดว นางนีรจา เบอร์ล่า นายอโมลัด ทักราล นางรัชนี คาจิจิ นายรามาคานห์ ราทิ และนายไซเลนดรา กุมารเจน เป็นกรรมการบริษัทและกรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัทฯ มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล ระหว่างวันที่ 10 กันยายน 2520 ถึงวันที่ 9 กันยายน 2547 บริษัทฯ ได้ตกลงว่าจ้างลูกจ้างทั้ง 10 คน เข้ามาเป็นพนักงาน โดยมีตำแหน่งและอัตราค่าจ้างสุดท้ายดังนี้
บริษัทฯ กำหนดให้มีสภาพการจ้าง โดยจัดให้ลูกจ้างทำงานสัปดาห์ละ 6 วัน วันหยุดประจำสัปดาห์ๆ ละ 1 วัน มีวันหยุดและวันลาตามที่กำหนด และตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันสิ้นเดือน บริษัทฯ จัดให้มีสวัสดิการด้านพักอาศัยแก่ลูกจ้าง โดยจัดให้มีหอพักรวมหลายพื้นที่ให้แก่ลูกจ้างหลายระดับ ซึ่งหอพักส่วนสำคัญ คือ หอพักจุด 8 มีหอพักที่ใช้ชื่อว่า หอพักหญิงโสด หอพักชายโสด หอพักครอบครัว และหอพักลีดเดอร์ รวม 4 หอพัก ซึ่งภายหลังได้ทุบหอพักหญิงโสด คงเหลือเพียง 3 หอพักเท่านั้นและพักอาศัยหอพักดังกล่าว บริษัทฯ ได้จัดสร้างขึ้นเอง และเกิดจากข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ได้ตกลงกับองค์กรที่ลูกจ้างได้รวมตัวจัดตั้งเป็นสหภาพแรงงาน โดยใช้ชื่อว่า "สหภาพแรงงานไทยเรยอน" สำหรับการเข้าพักอาศัยหอพักของลูกจ้าง บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีระเบียบการเข้าพักไว้ และมีประเด็นสำคัญคือ หอพักหญิงโสดและหอพักชายโสด บริษัทฯ ได้สงวนไว้กับลูกจ้างของบริษัทฯ เท่านั้น และห้ามนำบุคคลภายนอกซึ่งมิใช่ลูกจ้างเข้ามาพักอาศัยภายหลัง ภายหลังลูกจ้างได้นำบุคคลภายในครอบครัวเข้ามาพักอาศัย โดยบริษัทฯ มิได้ติดใจที่จะบังคับตามระเบียบที่กำหนดได้ดังกล่าว ต่อมาวันที่ 25 กรกฎาคม 2549 บริษัทฯ ได้แจ้งแก่พนักงานที่พักหอพัก รวมทั้งลูกจ้างทั้ง 10 คน ว่าให้ย้ายออกจากหอพักจากจุด 8 ไปพักที่หอพัก 10 ดังกล่าว โดยอ้างเหตุว่าต้องการใช้พื้นที่เพื่อขยายการผลิต โดยการเป็นการพักรวมกันห้องละ 2 คน แต่ลูกจ้างได้ปฏิเสธโดยอ้างเหตุว่า หอพักเดิมที่ตนพักอาศัยได้นำเอาครอบครัวมาอยู่ด้วย และเมื่อบริษัทฯ จัดให้พักที่หอพักจุด 10 นั้น เป็นการพักรวมกับลูกจ้างอีก 1 คน และสภาพห้องมีขนาดเล็กกว่าเดิม วันที่ 15 พฤศจิกายน 2549 บริษัทฯ ได้มีหนังสือแจ้งเตือนให้ลูกจ้างออกจากหอพักดังกล่าว แต่ลูกจ้างทั้ง 10 คน ยังคงไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวของบริษัทฯ วันที่ 6 ธันวาคม 2549 บริษัทฯ โดยนาย วี.เค.คาปูร์ ตำแหน่ง รองประธานอาวุโสของบริษัทฯ จึงมีคำสั่งพักงานลูกจ้างทั้ง 10 คน โดยพักงานในวันที่ 7 และ 8 ธันวาคม 2549 รวม 2 วัน โดยไม่จ่ายค่าจ้าง ต่อมาวันที่ 17 มกราคม 2550 ลูกจ้างทั้ง 10 คน ได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดอ่างทอง เพื่อเรียกร้องค่าจ้าง 2 วันที่บริษัทฯ ได้สั่งพักงาน โดยแจ้งว่าเป็นคำสั่งพักงานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย บริษัทฯ ได้ชี้แจ้งต่อพนักงานตรวจแรงงานว่า บริษัทฯ ได้สั่งพักงานลูกจ้างทั้ง 10 คน โดยไม่จ่ายค่าจ้างจริง โดยอ้างว่าลูกจ้างทั้ง 10 คน ฝ่าฝืนคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่สั่งให้ปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม ดังนั้น ประเด็นในการวินิจฉัย ประเด็นที่หนึ่ง คำสั่งพักงานของบริษัทฯ ที่สั่งพนักงานลูกจ้างทั้ง 14 คน เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมแก่ลูกจ้างหรือไม่ ประเด็นที่สอง บริษัทฯ ไมจ่ายค่าชดเชยในวันที่ 7 และ 8 ธันวาคม 2549 ให้แก่ลูกจ้าง / ผู้ร้องทั้ง 10 คนได้หรือไม่
2.ข้อกฎหมาย
มาตรา 108
ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป
จัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย
และข้อบังคับนั้นอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับรายการดังต่อไปนี้
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 12 วรรคหนึ่ง ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง มีผลใช้บังคับภายในระยะเวลาที่นายจ้างและลูกจ้างได้ตกลงกัน แต่จะตกลงกันให้มีผลใช้บังคับเกินกว่าสามปีไม่ได้ ถ้ามิได้กำหนดระยะเวลาไว้ให้ถือว่าข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับหนึ่งปี นับแต่วันที่นายจ้างและลูกจ้างได้ตกลงกัน หรือนับแต่วันที่นายจ้างรับลูกจ้างเข้าทำงานแล้วแต่กรณี มาตรา 13 วรรคหนึ่ง การเรียกร้องให้มีการกำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง หรือการแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง นายจ้างหรือลูกจ้างจ้องแจ้งข้อเรียกร้องเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ
มาตรา 18 ถ้านายจ้างหรือสมาคมนายจ้างกับลูกจ้าง
หรือสภาพแรงงานสามารถตกลงเกี่ยวกับข้อเรียกร้องตามมาตรา 13
ได้แล้ว
ให้ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้นเป็นหนังสือลงลายมือชื่อนายจ้างหรือผู้แทนนายจ้าง
และผู้แทนลูกจ้างหรือกรรมการของสหภาพแรงงานแล้วแต่กรณี
และให้นายจ้างประกาศข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างโดยเปิดเผยไว้ ณ
สถานที่ที่ลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องทำงานอยู่เป็นเวลาอย่างน้อยสามสิบวัน
โดยเริ่มประกาศภายในสามวันนับแต่วันที่ได้ตกลงกัน
มาตรา 19
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลพันนายจ้างและลูกจ้างซึ่งลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้องนั้น
ตลอดจนลูกจ้างซึ่งมีส่วนในการเลือกตั้งผู้แทนเป็นผู้เข้าร่วมในการเจรจาทุกคน มาตรา 20 เมื่อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับแล้ว ห้ามมิให้นายจ้างทำสัญญาจ้างแรงงานกับลูกจ้างขัดหรือแย้งกับข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เว้นแต่สัญญาจ้างแรงงานนั้นจะเป็นคุณแก่ลูกจ้างยิ่งกว่า
3.พนักงานตรวจแรงงานพิจารณาพยานหลักฐานแล้วพิเคราะห์ได้ว่า
ประเด็นที่สอง บริษัทฯ ไม่จ่ายค่าจ้างในวันที่
7 และ 8 ธันวาคม 2549 แก่ลูกจ้าง /
ผู้ร้องทั้ง 10 คน ได้หรือไม่
นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2550 ลงชื่อ
(นายบรรพต โพธิ์นุต) หมายเหตุ
มาตรา 125 หากนายจ้าง / ลูกจ้าง / ทายาทโดยธรรม
ไม่พอใจในคำวินิจฉัยตามคำสั่งนี้ให้นำคดีไปสู่ศาลได้ภายในสามสิบวัน
นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง
หากไม่นำคดีไปสู่ศาลภายในกำหนดให้คำสั่งนี้เป็นที่สุด |