คำพิพากษา

   

 



คดีหมายเลขดำที่ ๔๙๒๙
/๒๕๓๘

คดีหมายเลขแดงที่ ๔๔๔๖/๒๕๓๘

 

ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์

ศาลแรงงานกลาง (ศาลจังหวัดอ่างทอง)

วันที่ ๓๐ เดือน มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๓๘

ความแพ่ง

 

          ระหว่าง นายประสิทธิ์    ศิริพุฒ

 

บริษัท ไทยเรยอน  จำกัด  (มหาชน

 

โจทก์


จำเลย





 

              

เรื่อง สัญญาจ้างแรงงงาน

 

              โจทย์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยหน้าที่พนักงานฝ่ายซ่อมบำรุงอัตราค่าจ้างเดือนละ ๑๐,๑๔๖ บาท ระหว่างทำงานมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ลงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๓๕ ข้อ ๑๘ กำหนดไว้ว่า จำเลยตกลงให้เงินรางวัลความเพียรประจำปีแก่พนักงานที่ปั๊มบัตรเข้าทำงาน หากพนักงานผู้นั้นปฏิบัติงานเต็มตลอดปีปฏิทิน คือไม่ลาป่วย ไม่ขาดงาน ไม่ลากิจ ตลอดปีหรือมาทำงานสายครั้งละ ๕ นาที รวมกันไม่เกิน ๓๐ นาทีต่อปี จะได้รับรางวัลความเพียร ณ วันจัดงานส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ คนละ ๕,๐๐๐ บาท ในรอบปี พ.. ๒๕๓๗ โจทก์ปฏิบัติงานเป็นกะ ไม่เคยขาดงาน ไม่ได้ลาป่วย หรือมาสาย ซึ่งโจทก์อยู่ในเงื่อนไขที่จำเลยจะต้องจ่ายเงินรางวัลความเพียรให้ตามข้อตกลงเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ๒๕๓๗  โจทก์ ไปขอรับเงินรางวัลความเพียรแต่จำเลยปฏิเสธไม่จ่ายเงินให้ จึงขอให้จำเลยจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จสิ้น

                จำเลยให้การว่า เงินรางวัลความเพียร มีเจตนารมย์ต้องการให้แก่ผู้มาปฏิบัติงานเต็มเวลา เมื่อวันที่ ๑๒, ๑๓ และ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๓๗ โจทก์ถูกลงโทษทางวินัยให้พักงาน ๓ วัน เนื่องจากกระทำผิด โจทก์จึงมาปฏิบัติงานไม่ครบตามเจตนารมณ์ของข้อตกลงขอให้ยกฟ้อง

                ในวันนัดพิจารณา โจทก์จำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่าโจทก์เคยถูกจำเลยสั่งพักงานมีกำหนด ๓ วันจริง และข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างในเรื่องนี้ปรากฏอยู่ตามเอกสารหมาย ล. ๒ ข้อ ๑๘ ทั้งนี้ ปรากฏอยู่ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๓๘ ศาลเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องฟังข้อเท็จจริงอีกต่อไป จึงงดสืบพยานโจทก์พยานจำเลยที่เหลือ

                พิเคราะห์คำฟ้อง คำให้การ ตลอดจนข้อเท็จจริงที่คู่ความแถลงรับกันประกอบข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหมาย ล. ๒ แล้วเห็นว่า  ในข้อ ๑๘ เป็นเรื่องรางวัลความเพียร สาระสำคัญของข้อตกลงมีวัตถุประสงค์ต้องการจ่ายเงินรางวัลความเพียรให้แก่พนักงานซึ่งขยันมาทำงานตลอดปี  ซึ่งเกิดจากความตั้งใจของพนักงานเอง ดังจะเห็นได้จากข้อตกลงว่า หากพนักงานผู้นั้นปฏิบัติงานเต็มตลอดปีปฏิทิน คือไม่ลาป่วย ไม่ขาดงาน ไม่ลากิจ ตลอดปีหรือมาทำงานสายครั้งละ ๕ นาที รวมกันไม่เกิน ๓๐ นาทีต่อปี จะไดัรางวัลความเพียร แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงพนักงานที่ทางจำเลยสั่งให้ไม่ต้องมาทำงานด้วยเหตุกระทำความผิดแล้วสั่งพักงาน เนื่องจากไม่ใช่เป็นความตั้งใจของพนักงานผู้นั้นที่จะไม่มาทำงานเอง ในกรณีของโจทก์แม้จะถูกสั่งพักงาน แต่ก็เห็นได้ว่าภายหลังจากโจทก์ถูกสั่งพักงานแล้ว หากโจทก์จะลาหยุดงานตามสิทธิที่มีอยู่โดยได้รับค่าจ้างในระหว่างนั้นก็ย่อมทำได้ แต่โจทก์ก็หาได้ใช้สิทธิดังกล่าวนั้นไม่ กลับปรากฏว่าภายหลังจากนั้นโจทก์ยังขยันมาทำงานตามปกติ โดยไม่ใช้สิทธิลาหรือขาดงานแต่อย่างใด เห็นได้ว่าโจทก์ดำเนินการตามเจตนารมย์ของข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ข้อที่ ๑๘ การที่จำเลยไม่จ่ายเงินรางวัลความเพียรให้แก่โจทก์จึงเป็นการผิดข้อตกลงซึ่งจำเลยต้องจ่ายเงินรางวัลความเพียรให้แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง

                พิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินรางวัลความเพียรจำนวน ๕,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับจากวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๓๗ เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จสิ้นแก่โจทก์

 

 

 

  นายสิงห์พล ละอองมณี

นายสุรจิตร์  ไชยพงศาวลี

นายเล็ก  อร่ามอรุณชัย

   นายสิงห์พล  ละอองมณี

นายสุรจิตร์  ไชยพงศาวลี

นายเล็ก  อร่ามอรุณชัย