ระเบียบสหภาพแรงงานไทยเรยอน
ว่าด้วยเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานไทยเรยอน พ.ศ. 2546
********************
อาศัยความตามข้อบังคับสหภาพแรงงานไทยเรยอน พ.ศ. 2521 ข้อ 22.1 ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานไทยเรยอน สามัญครั้งที่ 7/2546 เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2546 ได้กำหนดระเบียบสหภาพแรงงานไทยเรยอน ว่าด้วยเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน ดังต่อไปนี้
ข้อ 1. ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสหภาพแรงงานไทยเรยอน ว่าด้วยเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน พ.ศ. 2546”
ข้อ 2. ให้ใช้ระเบียบฯ นี้ ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2546
ข้อ 3. ตำแหน่งของเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน มีดังนี้
3.1 เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน
3.2 เจ้าหน้าที่ธุระการ
3.3 เจ้าหน้าที่การเงิน
3.4 เจ้าหน้าที่อาวุโส
ข้อ 4. ให้กำหนดอัตราเงินเดือน สำหรับเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน ไว้ดังต่อไปนี้ เว้นแต่อัตราขั้นต่ำให้เป็นไปตามที่กฎหมายแรงงานกำหน
บัญชีกำหนดการปรับอัตราเงินเดือนเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน
|
ขั้น |
บัญชี (ก) |
บัญชี (ข) |
บัญชี (ค) |
|
ขั้น |
บัญชี (ก) |
บัญชี (ข) |
บัญชี(ค) |
|
1 |
4,100 |
4,140 |
4,140 |
|
16 |
7,830 |
8,040 |
8,240 |
|
1.5 |
4,210 |
4,220 |
4,225 |
|
16.5 |
7,980 |
8,200 |
8,445 |
|
2 |
4,320 |
4,340 |
4,350 |
|
17 |
8,130 |
8,360 |
8,620 |
|
2.5 |
4,435 |
4,460 |
4,480 |
|
17.5 |
8,290 |
8,535 |
8,810 |
|
3 |
4,550 |
4,580 |
4,610 |
|
18 |
8,450 |
8,710 |
9,000 |
|
3.5 |
4,665 |
4,700 |
4,740 |
|
18.5 |
8,630 |
8,895 |
9,200 |
|
4 |
4,780 |
4,820 |
4,870 |
|
19 |
8,810 |
9,080 |
9,400 |
|
4.5 |
4,895 |
4,945 |
5,000 |
|
19.5 |
9,000 |
9,280 |
9,625 |
|
5 |
5,010 |
5,070 |
5,130 |
|
20 |
9,190 |
9,480 |
9,850 |
|
5.5 |
5,125 |
5,195 |
5,265 |
|
20.5 |
9,390 |
9,710 |
10,105 |
|
6 |
5,240 |
5,320 |
5,400 |
|
21 |
9,590 |
9,940 |
10,360 |
|
6.5 |
5,355 |
5,445 |
5,535 |
|
21.5 |
9,825 |
10,200 |
10,625 |
|
7 |
5,470 |
5,570 |
5,670 |
|
22 |
10,060 |
10,460 |
10,890 |
|
7.5 |
5,595 |
5,700 |
5,805 |
|
22.5 |
10,320 |
10,720 |
11,165 |
|
8 |
5,720 |
5,830 |
5,940 |
|
23 |
10,580 |
10,980 |
11,440 |
|
8.5 |
5,845 |
5,960 |
6,075 |
|
23.5 |
10,840 |
11,260 |
11,750 |
|
9 |
5,970 |
6,090 |
6,210 |
|
24 |
11,100 |
11,540 |
12,060 |
|
9.5 |
6,095 |
6,220 |
6,345 |
|
24.5 |
11,390 |
11,850 |
12,375 |
|
10 |
6,220 |
6,350 |
6,480 |
|
25 |
11,680 |
12,160 |
12,690 |
|
10.5 |
6,345 |
6,485 |
6,620 |
|
25.5 |
11,995 |
12,490 |
13,025 |
|
11 |
6,470 |
6,620 |
6,760 |
|
26 |
12,310 |
12,820 |
13,360 |
|
11.5 |
6,600 |
6,755 |
6,900 |
|
26.5 |
12,625 |
13,155 |
13,710 |
|
12 |
6,730 |
6,890 |
7,040 |
|
27 |
12,940 |
13,490 |
14,060 |
|
12.5 |
6,860 |
7,030 |
7,185 |
|
27.5 |
13,280 |
13,835 |
14,410 |
|
13 |
6,990 |
7,170 |
7,330 |
|
28 |
13,620 |
14,180 |
14,760 |
|
13.5 |
7,130 |
7,315 |
7,480 |
|
28.5 |
13,960 |
14,525 |
15,135 |
|
14 |
7,270 |
7,460 |
7,630 |
|
29 |
14,300 |
14,870 |
15,510 |
|
14.5 |
7,410 |
7,605 |
7,785 |
|
29.5 |
14,650 |
15,240 |
15,885 |
|
15 |
7,550 |
7,750 |
7,940 |
|
30 |
15,000 |
15,610 |
16,260 |
|
15.5 |
7,690 |
7,895 |
8,105 |
|
30.5 |
15,375 |
15,990 |
16,645 |
|
31 |
15,750 |
16,370 |
17,030 |
|
42.5 |
26,875 |
28,240 |
29,730 |
|
31.5 |
16,125 |
16,750 |
17,415 |
|
43 |
27,500 |
28,920 |
30,500 |
|
32 |
16,500 |
17,130 |
17,800 |
|
43.5 |
28,175 |
29,670 |
31,300 |
|
32.5 |
16,875 |
17,510 |
18,195 |
|
44 |
28,850 |
30,420 |
32,100 |
|
33 |
17,250 |
17,890 |
18,590 |
|
44.5 |
29,525 |
31,170 |
32,900 |
|
33.5 |
17,650 |
18,305 |
19,015 |
|
45 |
30,200 |
31,920 |
33,700 |
|
34 |
18,050 |
18,720 |
19,440 |
|
45.5 |
30,950 |
32,770 |
34,625 |
|
34.5 |
18,450 |
19,140 |
19,900 |
|
46 |
31,700 |
33,620 |
35,550 |
|
35 |
18,850 |
19,560 |
20,360 |
|
46.5 |
32,450 |
34,470 |
36,475 |
|
35.5 |
19,250 |
20,030 |
20,870 |
|
47 |
33,200 |
35,320 |
37,400 |
|
36 |
19,650 |
20,500 |
21,380 |
|
47.5 |
34,025 |
36,220 |
38,425 |
|
36.5 |
20,100 |
21,030 |
21,915 |
|
48 |
34,850 |
37,120 |
39,450 |
|
37 |
20,550 |
21,560 |
22,450 |
|
48.5 |
35,750 |
38,070 |
40,500 |
|
37.5 |
21,075 |
22,090 |
23,005 |
|
49 |
36,650 |
39,020 |
41,550 |
|
38 |
21,600 |
22,620 |
23,560 |
|
49.5 |
37,550 |
40,045 |
42,700 |
|
38.5 |
22,150 |
23,200 |
24,160 |
|
50 |
38,450 |
41,070 |
43,850 |
|
39 |
22,700 |
23,780 |
24,760 |
|
50.5 |
39,375 |
42,120 |
45,150 |
|
39.5 |
23,275 |
24,360 |
25,420 |
|
51 |
40,300 |
43,170 |
46,450 |
|
40 |
23,850 |
24,940 |
26,080 |
|
51.5 |
41,225 |
44,270 |
47,775 |
|
40.5 |
24,425 |
25,570 |
26,800 |
|
52 |
42,150 |
45,370 |
49,100 |
|
41 |
25,000 |
26,200 |
27,520 |
|
52.5 |
43,095 |
46,470 |
50,425 |
|
41.5 |
25,625 |
26,880 |
28,240 |
|
53 |
44,040 |
47,570 |
51,750 |
|
42 |
26,250 |
27,560 |
28,960 |
|
53.5 |
44,985 |
48,670 |
53,075 |
|
|
|
|
|
|
54 |
45,930 |
49,770 |
54,400 |
ข้อ 5. ผู้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์
(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ
(4) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบทั้งเป็นโรคเรื้อน วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคยาเสพติดให้โทษ โรคพิษสุราเรื้อรัง หรือโรคอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานกำหนด
(5) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี
(6) ไม่เป็นผู้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว
(7) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษถึงต้องออกจากสหภาพแรงงานอื่น หรือออกจากราชการ หรือออกจากองค์การของรัฐบาล หรือสถาบันอื่น
(8) ไม่เป็นผู้เคยลาออกโดยได้กระทำผิดวินัย ซึ่งจะได้รับโทษไล่ออก หรือให้ออกตามระเบียบว่าด้วยวินัย การสอบสวนและการลงโทษสำหรับพนักงานจากองค์กรต่าง ๆ ตาม ( 7 )
(9) ไม่เป็นผู้เคยรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
ข้อ 6. ให้คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานมีอำนาจพิจารณากำหนดการรับสมัครสอบคัดเลือก ตามหลักเกณฑ์ในระเบียบนี้
ข้อ 7. การรับสมัคร ให้ประธานสหภาพแรงงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารสหภาพ
แรงงานประกาศรับสมัครมีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยปิดประกาศไว้ ณ สำนักงานของสหภาพแรงงาน
ข้อ 8. ให้ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้ารับสอบคัดเลือก ยื่นใบสมัครตามแบบที่สหภาพแรงงานกำหนด
พร้อมด้วยหลักฐานแสดงพื้นความรู้ สำเนาทะเบียนบ้าน และหนังสือรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง สาขาเวชกรรมซึ่งเป็นผู้รับรองผู้สมัครตามความในข้อ 5 (4) และรับรองด้วยว่าผู้สมัครเป็นผู้มีอนามัยสมบูรณ์
ให้ยื่นใบสมัครด้วยตนเองต่อประธานสหภาพแรงงานหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมาย และต้องชำระค่าสมัครตามที่คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานจะกำหนด เงินค่าธรรมเนียมสมัครนี้ สหภาพแรงงานจะไม่คืนให้ไม่ว่ากรณีใด ๆ
ข้อ 9. ให้คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงาน แต่งตั้งกรรมการขึ้นคณะหนึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน โดยมีตำแหน่งเป็นประธานสหภาพแรงงานคนหนึ่งและเลขานุการคนหนึ่ง เพื่อดำเนินการคัดเลือกหรือสอบคัดเลือก
ข้อ 10. ในการคัดเลือกให้คณะกรรมการทดสอบผู้สมัครในวิชาที่กำหนดไว้ในข้อ 11 ตามที่เห็นสมควร
ข้อ 11. ในการสอบคัดเลือกคณะกรรมการอาจจัดให้สอบในวิชาดังต่อไปนี้
(1) ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย กฎข้อบังคับ ระเบียบ และวิธีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสหภาพแรงงาน
(2) คณิตศาสตร์ และหรือบัญชี
(3) พิมพ์ดีดภาษาไทย หรือการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
(4) เขียนลายมืองามและรวดเร็ว
(5) ความรู้เกี่ยวกับงานในตำแหน่งหน้าที่
(6) สัมภาษณ์
ผู้สอบคัดเลือกต้องได้คะแนนแต่ละวิชาไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 และได้คะแนนรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ
60 ของคะแนนทั้งหมด จึงจะถือว่าเป็นผู้สอบคัดเลือกได้
กรณีที่ไม่มีผู้สอบได้ หรือได้คะแนนต่ำกว่าที่กำหนดไว้ตามความในวรรคก่อน คณะกรรมการอาจมีมติให้ผู้ที่สอบได้คะแนนสูงสุดในครั้งนั้น ๆ เป็นผู้สอบได้ก็ได้แต่ทั้งนี้ต้องมีมติเห็นชอบอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ ทั้งคณะ
ข้อ 12. เมื่อการ สอบคัดเลือกเสร็จสิ้นแล้ว ให้ประธานกรรมการสอบคัดเลือกประกาศรายชื่อผู้ได้รับการสอบคัดเลือกได้ตามลำดับคะแนนไว้ ณ สำนักงานของสหภาพแรงงานและให้เสนอผลการสอบคัดเลือก ต่อคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานโดยเร็ว
ข้อ 13. ให้คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานพิจารณาบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบคัดเลือกได้ เรียงตามลำดับจากคะแนนสูงมาหาต่ำเป็นเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน ถ้ามีผู้สอบคัดเลือกได้คะแนนรวมเท่ากันหลายคน ให้ถือคะแนนวิชาในข้อ 11 (1) เป็นเกณฑ์ตัดสินและถ้าคะแนนในวิชาดังกล่าวยังเท่ากันอยู่อีกก็ให้คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ จัดให้มีการคัดเลือกโดยสอบสัมภาษณ์
ข้อ 14. การบรรจุและแต่งตั้ง หรือเลื่อนตำแหน่งพนักงานให้ดำรงตำแหน่งต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานตามข้อ 3.1 ต้องได้รับประกาศนียบัตรไม่ต่ำกว่าระดับประถมศึกษา
(2)
เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน ตามข้อ 3.2 , 3.3
และข้อ 3.4 ต้องเป็นผู้ได้รับประกาศนียบัตรไม่ต่ำ
กว่าประโยคมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า หรือเป็นผู้ได้รับประกาศนียบัตรไม่ต่ำกว่าประโยคอาชีวศึกษา ( ปวช. )
ข้อ 15. ประธานสหภาพแรงงานมีอำนาจบรรจุและแต่งตั้ง หรือเลื่อนตำแหน่งเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานให้ดำรงตำแหน่งได้ทุกตำแหน่ง ภายในจำนวนอัตราตำแหน่งที่คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ กำ
หนด ทั้งนี้การบรรจุและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ เห็นสมควร
ข้อ 16. การบรรจุและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน ให้บรรจุในอัตราเงินเดือนดังต่อไปนี้
(1) ผู้มีพื้นความรู้ตามข้อ 14 (1) ให้บรรจุในอัตราเงินเดือนไม่เกิน 4,140 บาทหรือตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำคูณด้วย 30 วัน
(2) ผู้มีพื้นความรู้ตามข้อ 14 (2) ให้บรรจุในอัตราเงินเดือนไม่เกิน 5,240 บาท
(3) ผู้มีพื้นความรู้ไม่ต่ำกว่าอนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ ซึ่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่าอนุปริญญา ให้บรรจุในอัตราเงินเดือนไม่เกิน 6,220 บาท
(4) ผู้มีพื้นความรู้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ ซึ่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ให้บรรจุในอัตราเงินเดือนไม่เกิน 6,730 บาท
(5) วุฒิอื่น ๆ ให้บรรจุในอัตราซึ่งคณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร
ผู้ได้รับการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จะได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำสุดของตำแหน่งใหม่ไม่ได้ แต่ถ้าผู้นั้น
ได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำสุดของตำแหน่งใหม่ก็ให้ได้รับขั้นที่เท่ากับเงินเดือนเดิม
ในกรณี ที่คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานเห็นสมควรให้เพิ่มเงินเดือนแก่ผู้ที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งตามความในวรรคก่อนให้คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานปรับเงินเดือนจากเงินเดือนเดิมได้ไม่เกินสองขั้น
หมวด 4
การปฏิบัติหน้าที่แทนตำแหน่งเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานและการเปลี่ยนเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน
ข้อ 17. ถ้าตำแหน่งเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน ว่างลงและยังมิได้แต่งตั้งให้ผู้ใดดำรงตำแหน่งนั้นหรือผู้ดำรงตำแหน่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นครั้งคราว ประธานสหภาพแรงงานมีอำนาจสั่งให้เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานที่เห็นสมควรรักษาการในตำแหน่งหรือทำแทนชั่วคราวได้
ข้อ 18. ในกรณีที่มีการเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน ให้คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานจัดให้มีการตรวจสอบหลักฐานทางบัญชี และการเงินกับบรรดาทรัพย์สินของสหภาพแรงงาน เพื่อทราบฐานะอันแท้จริงของสหภาพแรงงานก่อนที่จะได้ส่งมอบกัน
หมวด 5
ข้อ 19. ในการบรรจุและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน ต้องให้เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานทำหนังสือสัญญาจ้างไว้เป็นหลักฐานตามแบบที่สหภาพแรงงานกำหนด คณะกรรมการบริหารสหภาพอาจกำหนดให้มีหลักประกันอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังปรากฏข้างล่างนี้ เพื่อประกันความเสียหายอันอาจเกิดขึ้นแก่
สหภาพแรงงานเนื่องจากการกระทำหรืองดเว้นการกระทำซึ่งเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานต้องรับผิดชอบ
(1) มีบุคคลซึ่งคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานเห็นสมควรอย่างน้อยหนึ่งคนเป็นผู้ค้ำประกันอย่างไม่มีจำกัด
(2) มีหลักทรัพย์ของรัฐบาลไทยหรือหลักทรัพย์อย่างอื่นจำนำเป็นประกัน
(3) มีอสังหาริมทรัพย์อันปลอดจากการจำนองรายอื่นจำนองเป็นประกันต่อสหภาพแรงงาน
คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานอาจกำหนดจำนวนรวมแห่งมูลค่าของทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประ-
กันตามที่เห็นสมควรแก่ลักษณะปริมาณของงานในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานแต่ละคนเพื่อให้คุ้มแก่ความเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้น
ข้อ 20. คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานอาจพิจารณาอนุญาตให้เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานถอน หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดหรือทั้งหมดได้ตามที่เห็นสมควร เมื่อเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานมีเงินสะสมรวมทั้งดอกเบี้ยตามความในหมวด 6 คุ้มจำนวนหรือมูลค่าแห่งหลักประกันนั้น ๆ
ข้อ 21. เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน
ซึ่งมีเวลาทำงานในสหภาพแรงงานครบสองร้อยสี่สิบวันในรอบปีทางบัญชีของสหภาพแรงงาน
จึงมีสิทธิได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือน
ข้อ 22. ในการเลื่อนเงินเดือนของเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานให้พิจารณาถึงความสามารถการริเริ่มความอุตสาหะ ความรับผิดชอบ คุณภาพและปริมาณงานในหน้าที่ตลอดจนความประพฤติและสมรรถภาพในการปฏิบัติงานในรอบปีทางบัญชีที่แล้วของสหภาพแรงงาน
ข้อ 23. การเลื่อนเงินเดือนเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงาน โดยคำแนะนำของประธานสหภาพแรงงาน รองประธานสหภาพแรงงานและเลขานุการ
หมวด 7
เงินสะสมของเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน
ข้อ 24. เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน ต้องยินยอมให้สหภาพแรงงานหักเงินเดือน ณ ที่จ่ายเพื่อนำเข้าบัญชีเงินสะสมของเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานรายคนทุกเดือนจนถึงเดือนออกจากงาน
เงินสะสมของเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน ให้มีอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละเจ็ดจุดห้าของเงินเดือนและสหภาพแรงงานจะจ่ายเงินสมทบให้ร้อยละเจ็ดจุดห้าและนำเข้าฝากไว้กับสหกรณ์ออมทรัพย์สหภาพแรงงานไทยเรยอน จำกัด หรือสถาบันการเงินอื่นที่คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานเห็นสมควร
ข้อ 25. เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานจะงดส่งหรือถอนเงินสะสมรวมทั้งดอกเบี้ยไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนในระหว่างที่เป็นเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานไม่ได้
ข้อ 26. เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานกระทำความผิดทางวินัยจนถึงขั้นให้ออก หรือไล่ออกไม่มีสิทธิได้รับเงินสมทบที่สหภาพแรงงานจ่ายให้เป็นรายเดือนเว้นแต่ได้ทำงานมาครบ 10 ปีขึ้นไป
หมวด 8
สวัสดิการเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน
ข้อ 27. เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานที่ทำงานครบหนึ่งปีมีสิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีละ 6 วันทำงานและมีสิทธิลาหยุดพักผ่อนเพิ่มขึ้นตามอายุงาน ดังนี้
ทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่ถึง 2 ปี ลาหยุดพักผ่อนประจำปี ได้ 6 วัน
ทำงานครบ 2 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี ลาหยุดพักผ่อนประจำปี ได้ 7 วัน
ทำงานครบ 3 ปี แต่ไม่ถึง 4 ปี ลาหยุดพักผ่อนประจำปี ได้ 10 วัน
ทำงานครบ 4 ปี แต่ไม่ถึง 5 ปี ลาหยุดพักผ่อนประจำปี ได้ 11 วัน
ทำงานครบ 5 ปี แต่ไม่ถึง 6 ปี ลาหยุดพักผ่อนประจำปี ได้ 12 วัน
ทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่ถึง 7 ปี ลาหยุดพักผ่อนประจำปี ได้ 13 วัน
ทำงานครบ 7 ปี แต่ไม่ถึง 8 ปี ลาหยุดพักผ่อนประจำปี ได้ 14 วัน
ทำงานครบ 8 ปี แต่ไม่ถึง 9 ปี ลาหยุดพักผ่อนประจำปี ได้ 15 วัน
ทำงานครบ 9 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี ลาหยุดพักผ่อนประจำปี ได้ 16 วัน
ทำงานครบ 10 ปี แต่ไม่ถึง 11 ปี ลาหยุดพักผ่อนประจำปี ได้ 16 วัน
ทำงานครบ 11 ปี แต่ไม่ถึง 12 ปี ลาหยุดพักผ่อนประจำปี ได้ 17 วัน
ทำงานครบ 12 ปี แต่ไม่ถึง 13 ปี ลาหยุดพักผ่อนประจำปี ได้ 17 วัน
ทำงานครบ 13 ปี แต่ไม่ถึง 14 ปี ลาหยุดพักผ่อนประจำปี ได้ 17 วัน
ทำงานครบ 14 ปีขึ้นไป ลาหยุดพักผ่อนประจำปี ได้ 18 วัน
เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน มีสิทธิสะสมวันหยุดพักผ่อนประจำปีได้คราวละ 2 ปี และจะต้องใช้วันหยุดพักผ่อนประจำปีที่สะสมไว้ให้หมดในปีที่สามของการสะสมวันหยุดพักผ่อนประจำปีแต่ละคราว
ข้อ 28. เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานมีสิทธิกิจเพื่อไปติดต่อหรือทำกิจธุระกับทางราชการโดยได้รับค่าจ้างปีละ 3 วันทำงาน
ข้อ 29. เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน มีสิทธิลาเพื่ออุปสมบทหลังจากทำงานกับสหภาพแรงงาน ครบ 3 ปีขึ้นไป โดยได้รับค่าจ้าง 7 วัน
สำหรับเจ้าหน้าที่ซึ่งนับถือศาสนาอื่นสามารถลาเพื่อไปดำเนินกิจกรรมทางศาสนา เมื่อทำงานครบ 3 ปี
ขึ้นไป ปีละ 1 วันที่ทำงาน แต่ไม่เกิน 5 วันตลอดระยะเวลาที่เป็นเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานอยู่
ข้อ 30. เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานมีสิทธิลาคลอดได้คราวละ 90 วัน โดยได้รับค่าจ้าง 45 วัน
ข้อ 31. เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน สามารถลางานโดยได้รับค่าจ้างสำหรับการลาประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้ คือ
31.1 ลาแต่งงาน 3 วัน
31.2 ลาเพื่อการจัดงานศพบิดา มารดา คู่สมรสและบุตร 5 วัน
31.3 ลาเพื่อการจัดงานศพพ่อสามี แม่สามี พ่อภรรยาหรือแม่ภรรยา 3 วัน
31.4 ลาเพื่อไปเป็นพยานศาล 1 วัน
ข้อ 32. ในกรณีที่เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานป่วย และไม่สามารถมาทำงานได้ให้แจ้งให้ประธานสหภาพแรงงาน , รองประธาน หรือเลขานุการทราบทางโทรศัพท์ โทรสาร จดหมายหรือจดหมายอิเล็คทรอนิคส์โดยทันทีและให้ยื่นใบลางานในวันแรกที่กลับมาทำงาน
เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานฯ ที่ลาป่วยตั้งแต่ 3 วันขึ้นไปต้องยื่นใบลางานพร้อมใบรับรองแพทย์แผนปัจ
จุบันชั้นหนึ่งในกรณีที่ไม่มีใบรับรองแพทย์ให้ชี้แจงเหตุผลของการลางานแก่ประธานสหภาพแรงงานฯ ทราบ และต้องมีเหตุผลที่น่าเชื่อได้ว่า เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานได้ป่วยจริง
ข้อ 33. เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน มีสิทธิลาป่วยโดยได้รับค่าจ้างปีละ 30 วัน
ข้อ 34. การลางาน ตามข้อ 28 , ข้อ 29 ข้อ 30 และข้อ 31 เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน ต้องยื่นหนังสือ
ขอลางานเป็นการล่วงหน้าก่อนวันหยุดงานเป็นเวลา 3 วัน
ข้อ 35. เมื่อสิ้นปีทางบัญชีหนึ่ง ๆ สหภาพแรงงานอาจจัดสรรเงินโบนัสแก่เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานได้
ให้คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานกำหนดจำนวนเงินโบนัส ที่จะจ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานตามส่วนแห่งอัตราเงินเดือนของแต่ละคน แต่อย่างสูงไม่เกินสองเท่าของเงินเดือนซึ่งได้รับในเดือนสุดท้ายของปีทางบัญชีนั้น ๆ
เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานผู้ใดมีเวลาทำงานไม่เต็มปีทางบัญชีใด ๆ ไม่มีสิทธิได้รับเงินโบนัส
ข้อ 36. ในปีนั้น ๆ คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานอาจไม่จ่ายเงินโบนัสไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนให้แก่เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานคนใดก็ได้ หากปรากฏว่าเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานนั้นปฎิบัติหน้าที่ผิดพลาดหรือบกพร่องเป็นประจำ ไม่อุทิศเวลาให้สหภาพแรงงาน ลาหยุดในระหว่างปีทางบัญชีเกินสมควร ทั้งยังไม่พยายามขวนขวายแก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อบกพร่องของตน
ข้อ 37. เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานพ้นสภาพการเป็นเจ้าหน้าที่เพราะสหภาพแรงงานเลิกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยดังนี้
(1) เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน ซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี จะได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน
(2) เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน ซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี จะได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน
(3) เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานที่ทำงานติดต่อกันครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี จะได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน
(4) เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานที่ทำงานติดต่อกันครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี จะได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 240 วัน
(5) เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานที่ทำงานติดต่อกันครบ 10 ปีขึ้นไป จะได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน
การเลิกจ้าง หมายความว่า การที่สหภาพแรงงานให้เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานออกจากงานโดยที่ไม่ได้กระทำผิดตามข้อ 38
สหภาพแรงงานไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยให้เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน ที่มีกำหนดระยะเวลาจ้างไว้แน่นอน
และเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น หรือเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานที่สหภาพแรงงานแจ้งให้ทราบเป็นหนังสือแต่แรกว่าให้ทดลองปฏิบัติงานในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันและยังอยู่ในระยะเวลาดังกล่าว
ข้อ 38. สหภาพแรงงานไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน ซึ่งเลิกจ้างในกรณีดังต่อไปนี้
(1) ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำผิดทางอาญาโดยเจตนาแก่สหภาพแรงงาน
(2) จงใจทำให้สหภาพแรงงานได้รับความเสียหาย
(3) ฝ่าฝืนข้อบังคับ หรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฏหมายของสหภาพแรงงาน และสหภาพแรงงานได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีร้ายแรงสหภาพแรงงานไม่จำเป็นต้องตักเตือน
(4) ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุอันควร
(5) ประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้สหภาพแรงงานได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
(6) ได้รับโทษจำคุก ตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
ข้อ 39. เพื่อประโยชน์แก่การจ่ายเงินชดเชยแก่เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน ให้ตั้งเงินสำรองจ่ายเงินชดเชยไว้ตัดจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายประจำปีตามจำนวนที่คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานพิจารณาเห็นสมควร
ข้อ 40. ภาษีเงินได้อันพึงชำระตามกฎหมาย ให้ผู้รับเงินชดเชย และเงินสะสมเป็นผู้จ่ายทั้งสิ้น
หมวด 10
การพ้นสภาพจากตำแหน่ง
ข้อ 41. เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานออกจากงานเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) ขาดคุณสมบัติตามข้อ 6
(4) เกษียณอายุที่กำหนดไว้ในข้อ 44
(5) เลิกจ้าง
(6) ไล่ออก
ข้อ 42. เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานผู้ใดประสงค์จะลาออกจากงานก็ย่อมทำได้ โดยยื่นหนังสือขอลา
ออกต่อประธานสหภาพแรงงานล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน เมื่อประธานสหภาพแรงงานพิจารณาอนุญาตแล้วจึงถือว่าให้ออกจากงาน
ข้อ 43. เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานซึ่งขาดคุณสมบัติตามข้อ 5 นั้น ให้ถือว่าออกจากงานตั้งแต่วันที่คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานลงมติ
ข้อ 44. เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานคนใดมีอายุ 55 ปีบริบูรณ์ให้เป็นอันออกจากงานเมื่อสิ้นปีทางบัญชีซึ่งเป็นปีที่ผู้นั้นมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์โดยให้พ้นจากตำแหน่ง
เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน ที่มีความประสงค์จะขอเกษียณอายุตัวเองก่อนกำหนดเกษียณอายุตามความในวรรคแรกไม่เกิน 5 ปี สหภาพแรงงานฯ อาจอนุญาตให้เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานผู้นั้นเกษียณอายุก่อนได้ โดยสหภาพแรงงานจะจ่ายเงินชดเชยให้เท่ากับที่กฏหมายกำหนดไว้เท่ากับการเกษียณอายุเมื่อมีอายุครบ 55 ปี
ข้อ 45. คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานมีอำนาจเลิกจ้างเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานในกรณีดังต่อไปนี้
(1) เมื่อสหภาพแรงงานยุบตำแหน่งที่ผู้นั้นดำรงอยู่
(2) เมื่อมีเหตุอันสมควร ซึ่งคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานเห็นว่าผู้นั้นหย่อนสมรรถภาพในการปฏิบัติงาน หรือมีความบกพร่องในการปฏิบัติงานอยู่เนือง ๆ หรือไม่อาจไว้วางใจผู้นั้นในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
(3) เมื่อมีมลทินหรือมัวหมองในกรณีความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
(4) เมื่อต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกสำหรับความผิดอาญาเว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
(5) เลิกจ้างตามสัญญาจ้าง
ข้อ 46. การลงโทษเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยวินัยการสอบสวน การลงโทษสำหรับเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน
ข้อ 47. ผู้ที่สหภาพแรงงานได้จ้างไว้แล้วก่อนวันใช้ระเบียบนี้ ให้ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานมีสิทธิ และหน้าที่ตามระเบียบนี้ทุกประการ
ข้อ 48. เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานคนใดยังไม่ได้จัดทำสัญญาจ้าง และหรือจัดให้มีหลักประกันไว้ต่อสหภาพแรง งานให้จัดทำสัญญาจ้างหรือจัดให้มีหลักประกันให้เสร็จภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันถัดจากวันใช้ระเบียบนี้

( นายศรีโพธิ์ วายุพักตร์ )
ประธานสหภาพแรงงานไทยเรยอน