อาเซียนกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ

                สมาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนก่อตั้งขึ้นโดยปฏิญญากรุงเทพฯ ซึ่งลงนามโดยรัฐมนตรีของ 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 ต่อมามีสมาชิกเพิ่มอีก 5 ประเทศ ได้แก่ บรูไน ดารุสซาลาม เวียดนาม ลาว พม่า และกัมพูชา รวมเป็น 10 ประเทศ อาเซียนมีประชากรรวมกันถึง 500 ล้านคนโดยประมาณ ครอบคลุมพื้นที่ 4.5 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีความร้อนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของระบบเศรษฐกิจการค้าโลก

                ปี พ.ศ. 2535 ที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 4 ณ ประเทศสิงคโปร์มีมติจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ AFTA ขึ้น AFTA มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียนในฐานะที่เป็นฐานการผลิตที่สำคัญเพื่อป้อนสินค้าสู่ตลาดโลก โดยการเปิดเสรีทางการค้า การลดภาษีและอุปสรรคข้อกีดขวางทางการค้าที่มิใช่ภาษีระหว่างกันภายในภูมิภาค รวมทั้งการปรับเปลี่ยนโครงสร้างด้านภาษีศุลกากรที่จะอำนวยต่อการค้าเสรี การส่งออกภายในภูมิภาคอาเซียนมีมูลค่า 9,970 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2546 และมีมูลค่าการส่งออกสู่ภายนอกภูมิภาค (ส่วนใหญ่ส่งไปที่ตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น อียู จีน และเกาหลี) สูงถึง 330,690 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีเดียวกันนี้มูลค่าการนำเข้าภายในภูมิภาคอาเซียน 74,490 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการนำเข้าจากนแกมีมูลค่า 284,830 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

คนงานคือจักรเฟืองสำคัญของอาเซียน

                ความเจริญเติบโตของอาเซียน ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากซึ่งคนงานอาเซียน พวกเขาคือคนที่สร้างตึกรามถนนหนทาง คือพนักงานที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ปรับ

แก้ตัวเลข ติดตามความเคลื่อนไหวของกระแสการเงินและ การค้า คือคนงานในโรงงานอุตสาหกรรมผู้สร้างผลผลิตนานาชนิดให้ชาวโลก คือผู้ขนถ่ายสินค้าตามท่าเรือ คือพนักงานขายในห้างสรรพสินค้า คือคนงานในโรงสี คือผู้รับงานไปทำที่บ้าน คือชาวประมง คือคนงานในเรือกสวนไร่นา คือแรงงานข้ามชาติที่ยอมทำงานทุกชนิด หนักเอาเบาสู้ พวกเขาคือผู้ขับเคลื่อนกระแสเศรษฐกิจของอาเซียนอย่างแท้จริง

คนงานคือผู้ถูกลืม

                แม้คนงานอาเซียนจะมีบทบาทและความสำคัญเพียงนี้ แต่กลับไม่ได้รับการพิจารณาในบริบทของ AFTA วันนี้ยังไม่มีพื้นที่ให้กับประเด็นแรงงานในประชาคมอาเซียน

                แม้ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจเฟื่องฟูคนงานอาเซียนส่วนใหญ่ก็มีรายได้เพียงแค่พอประทังชีพ แต่เมื่อเศรษฐกิจฟองสบู่แตกในปี 2540 คนรวยล้มบนฟูก คนงานคือผู้รับรับเคราะห์กรรมอย่างแท้จริง มีคนตกงานรวมกันเป็นล้าน ๆ คนในอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย และอีกหลายสิบล้านคนสูญเสียรายได้ที่แท้จริงในภูมิภาคนี้ แรงงานต่างชาติต้องบากหน้ากลับบ้านโดยไม่มีเงินติดกระเป๋าแม้แต่น้อย ไม่มีความคุ้มครองหรือความช่วยเหลือใด ๆ ทางสังคม

                ภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ที่นำสู่การควบรวมกิจกรรมและการปรับโครงสร้างบรรษัททั่วทั้งภูมิภาคขณะนี้ทำให้ตำแหน่งงานถูกลดทอนลงอย่างมากมาย คนงานคนแล้วคนเล่าถูกปลดออกจากงานอย่างต่อเนื่อง มีการขยายตัวของการเกษียรก่อนวัย ทั้งที่คนเหล่านั้นกำลังอยู่ในวัยที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับการทำงาน การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ถูกหยิบยกมาเป็นข้ออ้างเพื่อปัดความรับผิดชอบเรื่องความมั่นคงในการทำงาน การกระจายการผลิตออกนอกโรงงาน การจ้างงานแบบเหมาช่วงและเหมาค่าแรง การลิดรอนสิทธิของคนงานในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพและการเจรจาต่อรองร่วม นักลงทุนทั้งท้องถิ่นและบรรษัทข้ามชาติรายใหญ่ต่างพากันฉกฉวยโอกาสจากการเปิดเสรีของตลาดทุน ทำการโยกย้ายฐานการผลิตจากประเทศนี้ไปประเทศนั้นอย่างง่ายดาย เพื่อแสวงหาแรงงานราคาถูกและหลีกเลี่ยงพันธะทางกฎหมาย สิ่งเหล่านี้กำลังเป็นโรคร้ายที่แพร่ระบาดไปทั่วทั้งภูมิภาค กล่าวโดยสรุปการค้าเสรีในภูมิภาคกำลังนำมาซึ่งความหายนะสู่คนงานและสังคมอาเซียนโดยส่วนรวม

ถึงเวลา กฏบัตรทางสังคมอาเซียน

                ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมาร่วมกันสกัดกั้นและยุติแนวโน้มของการพัฒนาอันเลวร้ายดังกล่าวไว้ สังคมอาเซียนจะต้องยอมรับและตระหนักในบทบาทและความสำคัญของแรงงานอาเซียนที่มีต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของภูมิภาค พวกเขาควรได้รับการคุ้มครองและดูแลอย่างจริงจัง จงมาร่วมกันสนับสนุนกฎบัตรทางสังคมอาเซียนเดี๋ยวนี้ เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของคนงานและสังคมอาเซียนในวันพรุ่งนี้

กฏบัตรทางสังคมอาเซียนคืออะไร

                กฎบัตรทางสังคมอาเซียนคือบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิของคนงานอาเซียน เพื่อให้กลุ่มประเทศอาเซียนให้ความสำคัญต่อมิติทางสังคมและแรงงานเท่าเทียมกับด้านเศรษฐกิจ กฎบัตรนี้ประกอบด้วยพันธกิจที่อาเซียนพึงถือปฏิบัติดังนี้

                - ให้การรับรองสิทธิสำคัญขั้นพื้นฐานของแรงงาน นั่นคือ เสรีภาพในการสมาคมและการร่วมเจรจาต่อรอง ไม่มีการเลือกปฏิบัติในการทำงาน ห้ามมิให้ใช้แรงงานบังคับ และขจัดการใช้แรงงานเด็กด้วยความรุนแรง

                - ขยายความคุ้มครองและระบบประกันสังคมให้ครอบคลุมถึงแรงงานพลัดถิ่น และกลุ่มเสี่ยงอื่น ๆ ในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีการปรับโครงสร้างบรรษัทและการบูรณาการระหว่างระดับภูมิภาคกับระดับโลก และ

                - ให้สหภาพแรงงานได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นว่า กระบวนการบูรณาการเพื่อเชื่อมโยงระดับภูมิภาคกับระดับโลกควรเป็นเช่นไรด้วย

กฎบัตรทางสังคมอาเซียนเพื่อใคร

                จุดมุ่งหมายในการเรียกร้องให้มีกฏบัตรทางสังคมอาเซียนก็เพื่อให้การพัฒนาในภูมิภาคนี้ดำเนินไปอย่างมีดุลยภาพระหว่างเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมอันจะนำไปสู่การสร้างความยุติธรรม เสมอภาคและสันติสุขให้กับประชากรอาเซียนทุกคนโดยการ

 - ให้มีระบบแรงงานสัมพันธ์และระบบสังคมที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นในประเทศอาเซียนแต่ละประเทศ

- ให้มีการยอมรับสิทธิพื้นฐานของแรงงานโดยสมบูรณ์และให้มีการออกกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อการบังคับใช้อย่างเหมาะสม

- ให้สภาพมีโอกาสแสดงความเห็นในมิติสังคมและแรงงานเพื่อการบูรณาการในระดับภูมิภาคและระดับโลก

มารวมพลังร่วมเรียกร้องเพื่อกฏบัตรทางสังคมอาเซียน

                ไม่ว่าท่านจะเป็นใครไม่สำคัญ แต่หากท่านใฝ่หาซึ่งความยุติธรรม ความเสมอภาคและประชาธิปไตย หากท่านไม่มีความปรารถนาจะเห็นประชาคมอาเซียนเป็นสวรรค์ของการขูดรีดแรงงาน ไม่อยากให้การเจริญเติบโตและความสำเร็จทางเศรษฐกิจของอาเซียนดำเนินไปท่ามกลางการว่างงาน ความยากจนของคนส่วนใหญ่ การเจริญงอกงามของปัญหาสังคมและการกดขี่เอารัดเอาเปรียบ จงมาเข้าร่วมกับขบวนการแรงงานแห่งอาเซียนในการรณรงค์เพื่อให้กฏบัตรทางสังคมอาเซียนปรากฏเป็นจริง และเรียกร้องให้อาเซียนเปิดพื้นที่ให้กับผู้แทนคนงาน ภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดชะตากรรมของตนเองในเวทีอาเซียนด้วย

 

 

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

ดูได้ที่เวปไซด์
www.Asean-SocialCharter.net
หรือติดต่อ
Asean Trade Union Council (ATUC)
c/o Transport Workers Union
21 Jalan Barat, 46200 Petaling Jaya, Selangor, Malaysia
E-mail :aseansocialcharter@hotmail.com
หรือ ที่คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
503/20 ถ. นิคมมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทร./แฟกซ์ 02 - 2513173

หรือ ที่มูลนิธิอารมณ์ พงศ์พงัน
51/109 ซอยงามฉวี ถ. พหลโยธิน ต. คลองหนึ่ง อ. คลองหลวง จ. ปทุมธานี  12120
โทร./แฟกซ์ 02 - 5161071